พี่ฟ่านเองก็นึกถึงกุญแจที่เสียบคาไว้ตรงแม่กุญแจขึ้นมาได้ จึงอดยกมุมปากอย่างขบขันไม่ได้
“มีอะไรกันเหรอ? ผู้อำนวยการฟ่านมาเหรอ?” คุณปู่หาน หรือหานข่ายเสวียนเพิ่งเลิกงานกลับมาพอดี เขามองคนที่ยืนกันอยู่หน้าบ้านตัวเองอย่างสงสัย
“อ้าว กลับจากเลิกงานกันพอดีเลย” พี่ฟ่านหันกลับไปมองผู้คนที่ทยอยเดินเข้ามาในลานบ้าน เธอเองก็ไม่อยากเข้าไปข้างในนัก ลานบ้านที่เดิมกว้างขวางถูกข้าวของจิปาถะวางเกะกะ จนเหลือทางเดินให้คนผ่านได้แค่สองคน
ไม่ใช่ว่าไม่เคยคิดจัดระเบียบ แต่บ้านใครอยู่กันบ้างก็ต้องใช้ของเก่าของใหม่ปะปน ซ่อมแล้วซ่อมอีก บ้านก็แคบอยู่แล้ว บางบ้านถึงกับเอาบานประตูมาพาดทำที่นอนตอนกลางคืน แล้วเช้ามาก็เก็บกลับ
คนยิ่งเยอะ ข้าวของก็ยิ่งมาก ของมีค่าก็ไม่กล้าวางไว้นอกบ้าน ส่วนของชิ้นใหญ่ที่ไม่ค่อยมีราคาก็เลยถูกกองไว้ข้างนอก!
“ผู้อำนวยการฟ่าน!”
“ลมอะไรหอบคุณมาถึงนี่ครับ?”
“ผู้อำนวยการฟ่าน!”
พี่ฟ่านพยักหน้า ก่อนแนะนำให้พวกเขารู้จักทันที “สองคนนี้จะย้ายไปอยู่บ้านสามห้องทางโน้นนะ คุณปู่หาน พอพวกเขาย้ายมาแล้ว ช่วยพาไปรู้จักคนในลานบ้านด้วย”
“ได้ ไม่มีปัญหา” หานข่ายเสวียนรับคำอย่างรวดเร็ว แต่มีคนหนึ่งกลับไม่พอใจ คนที่เมื่อครู่ยังทำท่าประจบประแจงอยู่เลย พอได้ยินดังนั้นเสียงก็แหลมขึ้นมาทันที “จะให้พวกเขาอยู่ที่นั่นได้ยังไง?”
พี่ฟ่านขมวดคิ้ว “หลัวเผิง! บ้านหลังนี้เป็นของสำนักงานเขตอยู่แล้ว ใครจะอยู่ที่นั่นก็ได้ แล้วคุณมีสิทธิ์อะไรมาพูดแบบนี้!”
