ข่าวสุดท้ายนี้ทำเอาทุกคนตะลึงกันไปหมด บ้างก็เสียดาย บ้างก็ตื่นเต้น แต่คนที่เดินออกจากประตูโรงงานเหล็กล้วนยิ้มแย้มกันทั้งนั้น
เซี่ยงเถียนกับคนอื่น ๆ หิ้วเนื้อที่แลกมาได้สองชั่งสามเหลี่ยนกลับบ้าน
“อยากกินหมูตุ๋นซีอิ๊วไหม?” เซี่ยงเถียนหิ้วหมูสามชั้นที่มีมันแทรกเนื้ออยู่ในมือ เห็นแล้วก็ชักอยากกินขึ้นมาจริง ๆ
“ได้สิ กินขนมเถาฮวารองท้องไปก่อนนะ เดี๋ยวฉันทำให้”
จิ่งโจวหยิบขนมเถาฮวามาสองชิ้น ยื่นให้เซี่ยงเถียนชิ้นหนึ่ง อีกชิ้นยื่นให้จิ่งอวี่ชวน “พ่อ เอาไปครับ”
“พ่อไม่กิน” จิ่งอวี่ชวนปฏิเสธ เขาไม่ชอบกิน
จิ่งโจวหักเลี้ยวเอาขนมยัดเข้าปากตัวเองทันที “อร่อย”
สี่ทุ่มสิบนาที เซี่ยงเถียนก็ได้กินหมูตุ๋นซีอิ๊วเสียที เธอยกนิ้วโป้งให้ “นุ่มเปื่อย เข้าเนื้อ อร่อยมาก” พอกินคู่กับข้าวสวย แก้มของเธอก็ป่องขึ้นเพราะเคี้ยวอย่างเอร็ดอร่อย
“อร่อยจริง ๆ” จิ่งโจวกินอย่างพึงพอใจ “ไม่เค็มเลยสักนิด”
ไม่ต้องบอกก็รู้!
จิ่งอวี่ชวนคีบไข่นกกระทาต้มที่ปอกเปลือกแล้วใส่ลงไปในหมูตุ๋นซีอิ๊วให้เซี่ยงเถียนอย่างใจเย็น
ไม่รู้ว่าเพราะเมื่อคืนกินมากเกินไป หรือเพราะเมื่อวานเล่นสนุกจนตื่นเต้นเกินเหตุ พอตีห้ากว่า ๆ เซี่ยงเถียนก็รู้สึกว่ามีบางอย่างไม่ปกติ
ใต้ร่างเปียกชื้น พอขยับก็รู้สึกถึงความอุ่นวาบอีกระลอก เซี่ยงเถียนตกใจจนผุดลุกขึ้นทันที
“เป็นอะไรไป?” จิ่งอวี่ชวนถูกปลุกให้ตื่น
“จิ่งอวี่ชวน...” เสียงของเซี่ยงเถียนสั่นเล็กน้อย
จิ่งอวี่ชวนเห็นสีหน้าเหมือนจะร้องไห้ของเซี่ยงเถียนก็พลอยตกใจ เขาผุดลุกขึ้นนั่งคุกเข่าตรงหน้าเธอ “เป็นอะไร? ปวดท้องเหรอ?”
