เซี่ยงเถียนรู้สึกว่ามือของจิ่งอวี่ชวนเย็นจนน่าตกใจ สีหน้าก็ซีดเซียวมาก ดูท่าทางอ่อนแรงยิ่งกว่าเธอเสียอีก ความน้อยใจในใจพลันแปรเปลี่ยนเป็นความขมขื่น
เธอกุมมือจิ่งอวี่ชวนตอบ “ฉันรู้ ฉันรู้แล้ว”
ไม่รู้ผ่านไปนานเท่าไร จู่ ๆ เซี่ยงเถียนก็ออกแรงบีบมืออีกครั้ง ความเจ็บเริ่มกลับมา เธอรู้สึกไม่สบายอย่างมาก ทรมานจนอยากร้องไห้
“จิ่งอวี่ชวน... ฮือ ๆ... จิ่งอวี่ชวน...”
“ไม่คลอดแล้ว เราไม่คลอดแล้วนะ เถียนเถียน...”
ตอนคุณหมอหูกลับมาอีกครั้ง ก็เห็นทั้งสองคนกุมมือกัน คนหนึ่งร้องไห้ อีกคนก็ร้องตาม
เขาไม่เคยเห็นคนสองคนหมดกำลังใจพร้อมกันแบบนี้มาก่อน จึงกระแอมเบา ๆ “แค่ก คุณแม่ต้องได้รับกำลังใจนะครับ”
ทั้งสองคนที่ตาคลอด้วยน้ำตาหันมามอง คุณหมอหูกระตุกมุมปาก “ขอตรวจดูหน่อยว่าเปิดกี่เซนติเมตรแล้ว”
เขาเปิดผ้าห่ม สวมถุงมือเรียบร้อยแล้วตรวจดู “เร็วดีนะ เปิดห้าเซนติเมตรแล้ว เตรียมตัวไว้ พร้อมขึ้นเตียงคลอดได้ทุกเมื่อ”
คุณหมอหูเพิ่งออกไป ก็ถูกคนรุมล้อมทันที
“คุณหมอ ลูกสะใภ้ฉันเป็นยังไงบ้างคะ” สวี่ชิงอวี้คว้าแขนคุณหมอหูไว้
เธอยังไม่ทันลุกจากเตียงก็ถูกเสียงทุบประตูปลุกให้ตื่น พอเปิดประตูดูก็เห็นจิ่งโจวยืนอยู่ตรงนั้น จมูกแดงก่ำ “คุณย่า แม่จะคลอดแล้ว ไปโรงพยาบาลกันครับ”
จิ่งจวิ้นกังให้สวี่ชิงอวี้ขี่จักรยานพาจิ่งโจวไปโรงพยาบาลก่อน ส่วนตัวเองไปบ้านเซี่ยงอิ๋นเพื่อแจ้งให้ดองกันทราบ
“ยังเปิดไม่ถึงสิบเซนติเมตร เตรียมโจ๊กข้าวฟ่างไว้หน่อย ถ้าสะดวกจะต้มบะหมี่น้ำซุปไก่ก็ได้ ดูจากความเร็วแบบนี้ น่าจะอีกประมาณสองชั่วโมง”
