ทุกคนพากันพยักหน้า โชคดีได้ครั้งหนึ่ง แต่คงโชคดีไปตลอดไม่ได้ พอนึกถึงหมีดำตัวนั้น พวกเขาก็ยังรู้สึกหวาดหวั่น ไม่ต้องพูดถึงคนที่เข้าเวรยามเลย แม้แต่คนอื่น ๆ ก็อยากมีตาข้างหนึ่งคอยเฝ้ายาม อีกข้างคอยระวังภัย
เช้าตรู่วันต่อมา ฟ้าเพิ่งเริ่มสาง ราวตีห้ากว่า ๆ ทุกคนก็เตรียมออกเดินทางต่อ พวกเขาคิดว่าจะเข้าไปในป่าลึกอีกสักครึ่งวัน ถ้าเจอเหยื่อก็ล่า ถ้าไม่เจอก็กลับ
พวกเขาฝังหมูป่าไว้ใต้หิมะ แล้วทิ้งคนสองคนให้เฝ้าไว้ ส่วนคนอื่น ๆ เดินหน้าต่อ
ยิ่งเดินเข้าไป หิมะก็ยิ่งหนาขึ้น ทุกย่างก้าวส่งเสียงดังเอี๊ยดอ๊าด
เดินมาตั้งนานกลับไม่เห็นรอยเท้าเลยสักรอย หลิวยี่เหอเริ่มไม่สบายใจ หรือพวกเขาเข้ามาในเขตของสัตว์ป่าเข้าแล้ว สัตว์เล็กตัวอื่นถึงไม่กล้าเข้ามา
โชคดีที่เดินต่อไปอีกพักหนึ่ง ก็เห็นรอยเท้ากระจัดกระจายอยู่บนพื้น
พวกเขายังเห็นรอยเท้าคนด้วย
“เหอจื่อ นั่นอะไรน่ะ?” จางหงกังชี้ไปยังรอยเท้าข้างทางที่เห็นชัดว่ามีขนาดเพียงฝ่ามือเดียว ดูแล้วน่าจะเป็นรอยเท้าของเด็กหรือไม่ก็ผู้หญิง เล็กมากจริง ๆ
หลิวยี่เหอสำรวจรอบด้าน “เดินไปดูข้างหน้าก่อน”
ทุกคนเดินตามรอยเท้าไป
ตามรอยเท้าไปได้ไม่นาน พวกเขาก็เห็นเด็กคนหนึ่งกำลังถือมีดพร้า เผชิญหน้ากับหมูป่าตัวเล็ก
ถึงจะเรียกว่าหมูป่าตัวเล็ก แต่มันก็หนักตั้งสองสามร้อยชั่ง ไม่ใช่สิ่งที่เด็กซึ่งดูเหมือนลมพัดทีก็คงปลิวจะเอาชนะได้
เมื่อเทียบกับเด็กแล้ว หมูป่าตัวนั้นใหญ่โตอย่างเห็นได้ชัด เขี้ยวก็แหลมคม เด็กน้อยดูตัวเล็กและเปราะบางเหลือเกินเมื่ออยู่ตรงหน้ามัน
