ข้างรถยังมีคนหนึ่งกำลังก่อไฟอยู่ พอเห็นคนก็สะดุ้งจนลุกพรวดขึ้นมา ครั้นเห็นว่าเป็นพวกกวนเฉียงก็รีบวิ่งเข้ามาหาสองสามก้าว “ผู้ใหญ่บ้าน กลับมาแล้วเหรอครับ?”
“เอ้อร์หมาจื่อ พวกเรากลับมาส่งของน่ะ”
เอ้อร์หมาจื่อเห็นหมีดำกับแพะป่ามากมายแล้วเหมือนกัน เขายิ้มซื่อ ๆ “ฮี่ ๆ มีเนื้อกินแล้ว”
กวนเฉียงอดขำไม่ได้ คนพวกนี้แม้จะไม่ค่อยฉลาด แต่ก็เชื่อฟัง เขาเองก็ทิ้งพวกเขาไปไม่ได้ แต่จะให้พาไปล่าสัตว์ด้วยมีดนั้นเป็นไปไม่ได้ ทำได้แค่ล่าไก่ป่ากับกระต่ายป่าตามชายป่าเท่านั้น ทุกปีพวกเขาจึงเฝ้ารอความร่วมมือกับสถานีตำรวจนี่แหละ
บางคนอาจไม่เข้าใจ แต่เรื่องกินเนื้อนั้นสำคัญที่สุด พวกเขาจึงเชื่อฟังกันดีมาก
เอ้อร์หมาจื่อได้รับมอบหมายให้เฝ้ารถอยู่ตรงนี้ แม้ที่นี่จะเป็นเขตหมู่บ้านกวน แต่ในฤดูหนาวที่หนาวเหน็บแบบนี้ ปกติก็ไม่มีใครขึ้นมาบนเขาอยู่แล้ว
ถึงอย่างนั้น มีคนคอยดูไว้ก็ยังอุ่นใจกว่า
“พวกเราจะเอาของทั้งหมดใส่รถคันนั้น นายเฝ้าให้ดีนะ”
กระบะท้ายรถบรรทุกคลุมด้วยผ้าใบสีเขียวทหารอยู่แล้ว พอเอาสัตว์ที่ล่าได้ใส่ไว้ข้างในก็ไม่โดนลมฝน อีกทั้งยังไม่เน่าเสียด้วย
“ผู้ใหญ่บ้าน วางใจได้เลยครับ” เอ้อร์หมาจื่อตบอกตัวเองเสียงดังป้าบ ๆ
ในเมื่อทุกคนลงมาจากเขาแล้ว จึงตัดสินใจกินข้าวกันก่อนค่อยขึ้นไปใหม่ จะย่างเนื้อกินก็ไม่สะดวก แต่ละคนจึงฉีกเนื้อแกะย่างของตัวเองใส่หม้อใหญ่ ต้มเป็นซุปเนื้อแกะ กินเข้าไปคำหนึ่งก็อุ่นทั้งมือทั้งเท้า
จิ่งอวี่ชวนหยิบแป้งห่อไส้ออกมาอีกครั้ง คราวนี้หลิวอี้เหอกับจางหงกังก็ยังมองตาละห้อยเหมือนเดิม
