เซี่ยงฉิงสูดจมูกเบา ๆ ปกติบรรดาป้า ๆ กับน้า ๆ พวกนี้ก็ไม่เห็นจะพูดชมเธอสักคำ แถมยังเคยบ่นกับแม่ของเธอว่าผู้หญิงอะไร อุตส่าห์เข้าเมืองไปเรียนมัธยมปลาย ยังจะทำตัวอวดดีอีก
ไม่คิดเลยจริง ๆ ว่าปากพวกเธอจะพูดอะไรแบบนี้ได้ด้วย
ตงอวี่เหลียงคุ้นชินกับวิธีพูดคุยของผู้หญิงในหมู่บ้านมานานแล้ว จึงเอ่ยคำหวานทันที “ป้า ๆ ทุกคนยังดูสาวกันอยู่เลยครับ พวกป้าช่วยกันจับตาดูผมไว้ ผมจะพาฉิงฉิงกลับมาเยี่ยมบ่อย ๆ นะครับ”
“ดี ๆ ๆ!”
“มีอะไรก็ค่อย ๆ ปรึกษากันนะ อยู่ด้วยกันก็ต้องมีบ้างที่กระทบกระทั่งกัน ฉิงฉิงยังเด็ก เธอก็สอนกันดี ๆ หน่อย ฉลาดจะตาย” อาสะใภ้เจ็ดยกแก้วค้างไว้ พูดจบก็ยกดื่มรวดเดียวหมด
ตงอวี่เหลียงรีบดื่มตามจนหมดแก้ว
นิวหงปาดน้ำตา ก่อนจะฝืนยิ้มออกมา “พวกเธอสองคนใช้ชีวิตด้วยกันให้ดีนะ”
“แม่วางใจได้ครับ” ตงอวี่เหลียงรับปากอย่างจริงจัง
มื้ออาหารดำเนินไปอย่างครึกครื้นจนเลยหนึ่งทุ่มไปเล็กน้อย บรรดาป้า ๆ ที่มาร่วมกินข้าวก็ถือโอกาสยกชามกับจานที่บ้านตัวเองให้ยืมกลับไปด้วย
ถึงเนื้อกับผักจะหมดเกลี้ยงแล้ว แต่ยังเหลือน้ำแกงอยู่บ้าง เอากลับไปเติมน้ำแล้วต้มผักกาดขาวเพิ่ม ก็ยังพอมีของคาวกิน
ยามค่ำ แสงจันทร์ส่องลอดเข้ามาในห้อง พอดีให้เห็นใบหน้าห้าคนที่หมดอาลัยตายอยาก
เรียงตามลำดับคือ หลิวยี่เหอ จิ่งอวี่ชวน เซี่ยงอ้ายตั่ง เซี่ยงจิน และตงอวี่เหลียง
“ขยับไปทางนั้นหน่อย” เซี่ยงจินใช้ศอกสะกิดเซี่ยงอ้ายตั่งที่นอนเบียดอยู่ข้าง ๆ
