คนละชาม ของเซี่ยงเถียนเห็นได้ชัดว่ามีน้อยที่สุด แต่พริกกลับเยอะที่สุด
จิ่งอวี่ชวนขมวดคิ้วอย่างไม่เห็นด้วย ก่อนจะแกะน้ำอัดลมเป่ยปิงหยางแล้ววางลงตรงหน้าเซี่ยงเถียนเงียบ ๆ
“ร้อนจะตายอยู่แล้ว” เซี่ยงเถียนกินเสร็จก็เช็ดเหงื่อบนหน้าผาก พลางยกน้ำอัดลมเป่ยปิงหยางขึ้นดื่มอึก ๆ ไปหลายครั้ง “ถ้าเย็นกว่านี้ก็คงดี”
มุมปากจิ่งอวี่ชวนกระตุก เรื่องนี้ก็ทำเอาเขาใจหายอยู่แล้ว ถ้าทั้งเย็นทั้งเผ็ด เขาคงตกใจตายแน่
“อันนี้อร่อยจริง ๆ ฉันกินได้ทุกวันเลย” จิ่งโจวชอบกินบะหมี่เกาหลีจริง ๆ รสสัมผัสแตกต่างจากเส้นที่เขาเคยกินมา
“กินเสร็จแล้วก็ไปล้างชาม” จิ่งอวี่ชวนคีบเนื้อตุ๋นซีอิ๊วชิ้นสุดท้ายให้จิ่งโจวพลางพูด
“ได้ครับ” จิ่งโจวโยนเข้าปาก เคี้ยวไปด้วย พลางซ้อนชามแล้วถือไปที่ห้องครัว
เซี่ยงเถียนรู้สึกกระดากใจอยู่บ้าง เมื่อก่อนเธอทำกับข้าว ไม่ว่าจิ่งอวี่ชวนหรือจิ่งโจวจะเป็นคนล้างชาม สำหรับเธอก็แทบไม่ต่างกัน แต่ตอนนี้จิ่งอวี่ชวนเป็นคนทำอาหาร เธอกลับยังใช้เด็กอายุเจ็ดขวบทำงานอีก
เอ่อ… จะพูดยังไงดีนะ?
ถึงจะรู้สึกผิดอยู่บ้าง แต่ก้นเธอก็ยังไม่ขยับไปไหนเลยสักนิด
เธอคิดว่าลูกชายคนโตของเธอทำงานอย่างมีความสุขดี เธอไม่เข้าไปเกะกะดีกว่า
จิ่งอวี่ชวนเหลือบมองนาฬิกา หกโมงสี่สิบห้าแล้ว “บ้านพ่อเธอล่ะ?”
เซี่ยงเถียนกะพริบตาปริบ ๆ ความรู้สึกผิดของเธอผุดขึ้นมาอีกครั้ง เธอลืมพ่อของตัวเองไปเสียสนิท ทั้งที่ก่อนกินข้าวจิ่งอวี่ชวนยังพูดถึงอยู่เลย
“ไปดูหน่อยเถอะ”
“ได้ ไปกัน” จิ่งอวี่ชวนคิดเสียว่าออกไปเดินเล่น อย่างไรเซี่ยงเถียนก็ยังอยากกินมื้อดึกอีก “เสี่ยวโจว พ่อกับแม่จะไปบ้านตาของลูก เดี๋ยวก็กลับมา”
