“อย่าเพิ่งสิ เล่าอีกเรื่องเถอะ” จ้าวซานเหอฟังยังไม่จุใจ
“ใช่แล้ว เสี่ยวโจว พวกเราชอบฟังกันทั้งนั้น” คุณปู่เกาเป็นคนเริ่มปรบมือ
ตอนนั้นคนที่ทยอยเลิกงานกลับถึงบ้านก็เดินเข้ามาในลาน พอได้ยินเสียงปรบมือครึกครื้นก็ไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้น แต่กลับพลอยปรบมือตามไปด้วยโดยไม่รู้ตัว
“เล่าอีกเรื่อง! เล่าอีกเรื่อง!” เสียงเชียร์ดังขึ้นเรื่อย ๆ
ท่ามกลางเสียงเชียร์ จิ่งโจวเหลือบมองเซี่ยงเถียนกับจิ่งอวี่ชวนที่กำลังยิ้มอย่างมีความสุข ใบหูของเขาร้อนผ่าว จึงปิดหนังสืออย่างขึงขัง หนีบไว้ใต้รักแร้ แล้วทำท่าทางราวกับผู้นำ ยกมือกดลงเบา ๆ
“คุณปู่คุณย่า คุณลุงคุณป้าทุกคน งั้นผมเล่าอีกเรื่องเป็นเรื่องสุดท้ายนะครับ ไม่อย่างนั้นจะทำให้ทุกคนกลับบ้านไปกินข้าวช้า” จิ่งโจวรับหนังสือจากมือเซี่ยงหนาน มานั่งบนม้านั่งเตี้ย แล้วเริ่มเล่านิทานของตัวเอง
คนมารวมตัวกันมากขึ้นเรื่อย ๆ แต่จิ่งโจวก็ไม่ประหม่าเลยสักนิด เขาเล่าได้อย่างมีจังหวะจะโคน แถมยังมีเสียงร้องชมเป็นระยะ จนเมื่อพลิกไปถึงหน้าสุดท้าย เขาก็สูดหายใจลึกแล้วเลียริมฝีปาก ปากแห้งผากไปหมด
หนังสือถูกปิดลง ตามด้วยเสียงปรบมือดังลั่น
“ดี!”
“เล่าอีกเรื่อง!”
“ดี ๆ ๆ...”
สมัยนั้นไม่มีกิจกรรมบันเทิงอะไร ทั้งยังไม่ค่อยมีใครเสียเงินซื้อหนังสือภาพสำหรับเด็ก จิ่งโจวเล่าได้เป็นเรื่องเป็นราวจนคนในลานพากันตั้งใจฟัง
“ยังมีอีกตั้งหลายเล่มไม่ใช่เหรอ เล่าอีกเล่มสิ!”
“...”
จิ่งโจวกลืนน้ำลาย โชคดีที่จิ่งอวี่ชวน เซี่ยงเถียน และสวี่ชิงอวี้ยืนอยู่แถวหน้า หลังม้านั่งเตี้ย พอเห็นพวกเขายิ้มมองมา เขาก็รู้สึกอุ่นใจขึ้น
