ยังไม่ทันที่พวกเขาจะปฏิเสธ สวี่ชิงอวี้ก็ผลักประตูเข้าไปในบ้านแล้ว
เธอวางตะกร้าที่หิ้วมาลงบนโต๊ะ ข้างในมีแป้งสาลีขาวกับเนื้อหมูสามเหลี่ยงที่เธอนำมาด้วย เดิมทีตั้งใจจะทำเกี๊ยวน้ำให้จิ่งโจวกับเซี่ยงหนานกินตอนเที่ยง
เมื่อเห็นเด็กสองคนบ้านข้าง ๆ สวี่ชิงอวี้ก็ไม่คิดจะทิ้งพวกเขาไว้ เธอเดินไปดูในครัว เนื้อเกี๊ยวน้ำไส้ต้นหอมหมูมีไม่พอทำให้อิ่ม สู้ทำไส้กะหล่ำปลีกับหมูดีกว่า
เธอยังไม่รีบร้อนลงมือทำอาหาร จึงจัดห้องรับแขกก่อน ส่วนห้องนอนไม่ได้เข้าไป แต่ทำความสะอาดทั้งห้องรับแขก ห้องครัว กระทั่งลานหลังบ้านจนเอี่ยมอ่อง
จนถึงสิบโมงครึ่ง เธอจึงเริ่มล้างผัก หั่นผัก และปรุงไส้
เธอเพิ่งนึกได้ว่าในหม้อยังมีมันฝรั่งซอยกับหมั่นโถวอยู่ จึงตักออกมา ล้างหม้อแล้วเติมน้ำ เตรียมต้มเกี๊ยวน้ำทีหลัง
“เสี่ยวโจว เสี่ยวหนาน มากินข้าวกัน” สวี่ชิงอวี้ใส่เกี๊ยวน้ำลงหม้อแล้วก็เปิดประตูเรียก
“มาแล้ว” คนที่เดินเข้ามามีเพียงเซี่ยงหนานกับจิ่งโจว
สวี่ชิงอวี้คิดว่าเด็กสองคนนั้นได้รับการอบรมมาดีไม่น้อย ทั้งยังคอยอยู่เป็นเพื่อนจิ่งโจว มื้อนี้เธอเลี้ยงได้สบาย ๆ จึงเดินไปบ้านข้าง ๆ ทันที “เด็ก ๆ ไปกินข้าวที่บ้านป้าสิ ไม่ต้องเกรงใจป้า”
จ้าวซานไห่กับจ้าวซานเหอมองหน้ากัน จ้าวซานไห่เอ่ยขึ้นว่า “คุณย่าสวี่ แม่แบ่งข้าวไว้ให้พวกเราแล้ว คุณย่ากินกันเถอะครับ”
“รีบมาสิ ป้าทำส่วนของพวกเธอไว้แล้วนะ” สวี่ชิงอวี้พูดจบก็กลับบ้านไป
“พี่ เราไปกันไหม?” จ้าวซานเหอกะพริบตาปริบ ๆ เขาอยากไป แต่แม่ก็บอกไว้ว่าอย่าไปกินข้าวบ้านคนอื่น
