“อาจจะนะ เมื่อกี้ฉันยังเห็นเธอเล่นแอปที่คุณพัฒนานั่นอยู่เลย ไถเพลินเชียว มุมปากแทบจะยกขึ้นไปถึงหูแล้ว”
เสิ่นเจวี้ยนขมวดคิ้วยิ่งกว่าเดิม
มีอวี่เป็นแอปแบบไหน ไม่มีใครรู้ดีไปกว่าเขา
จับคู่บุคลิกภาพเชิงลึก ปฏิสัมพันธ์ทางอารมณ์แบบไม่เปิดเผยตัวตน พูดให้ตรงก็คือแหล่งบ่มเพาะรักออนไลน์ที่อ้างชื่ออัลกอริทึมมาบังหน้า
นิสัยอย่างเจียงหนิงน่ะ อ่อนนุ่มราวกับมาร์ชแมลโลว์ แค่มีคนพูดจาหว่านล้อมไม่กี่คำก็พร้อมควักหัวใจให้แล้ว
เจียงหนิงขลุกอยู่บนชั้นสองเกือบสองชั่วโมง เธอหยิบโทรศัพท์ออกมาดูเวลา เห็นว่าใกล้สามทุ่มแล้ว คาดว่าเสิ่นเจวี้ยนคงกลับไปแล้ว จึงค่อย ๆ สวมรองเท้าแตะเดินลงไปข้างล่าง
เธอแง้มประตูออกอย่างเงียบเชียบ แล้วเกาะราวชั้นสองชะโงกมองลงไป
ไฟในห้องนั่งเล่นยังเปิดอยู่ บนโซฟามีคนนั่งอยู่คนหนึ่ง
เสิ่นเจวี้ยนเอนกายพิงที่วางแขนโซฟาครึ่งหนึ่ง วางแล็ปท็อปไว้บนตัก แสงสีฟ้าขาวจากหน้าจอทอดลงบนเสี้ยวหน้าคมคายของเขา
แขนเสื้อถูกพับขึ้นอย่างลวก ๆ จนถึงกลางท่อนแขน เผยให้เห็นข้อมือเพรียวบางและได้รูป
เจียงหนิงค่อย ๆ หดศีรษะกลับ แล้วเอามือแตะกำแพงถอยหลังไป
ปลายเท้าเพิ่งหมุนกลับ เสียงเย็นชาจากชั้นล่างก็ลอยขึ้นมา
“มานี่”
เจียงหนิงชะงักฝีเท้า
เธอเกาะราวก้มลงมอง เสิ่นเจวี้ยนไม่แม้แต่จะเงยหน้า นิ้วยังคงเคาะแป้นพิมพ์อยู่
เจียงหนิงเม้มริมฝีปาก เดินลงบันไดอย่างอ้อยอิ่งไปหยุดข้างโซฟา ก้มหน้าบิดนิ้วไปมา
“มีอะไรเหรอ?”
เสิ่นเจวี้ยนเงยตามองเธอแวบหนึ่ง ก่อนก้มหน้าพิมพ์ต่อ
