“อืม ก็ดีจริง ๆ”
น้ำเสียงของเขาราบเรียบมาก เจียงหนิงคิดว่าเขาพูดส่ง ๆ จึงขมวดคิ้วแล้วเตะเขาไปทีหนึ่ง
“คุณช่วยมีปฏิกิริยาหน่อยได้ไหม? ฉันดีใจอยู่คนเดียวแบบนี้จะสนุกตรงไหน”
“งั้นผมจะบอกข่าวดีอีกเรื่องให้คุณดีใจ” เคอเหยี่ยนวางตะเกียบลง “เริ่มพรุ่งนี้ ผมจะพาคนไปทำงานด้วยอีกสองคน เฒ่าจางบอกว่าจะเพิ่มค่าแรงหัวหน้าทีมวันละ 100 หยวน”
“100 หยวน!? อ๊าาา… เคอเหยี่ยน! ถ้าเก็บเงินได้ด้วยความเร็วแบบนี้ พอถึงสิ้นปีเราก็จะมีเงินเก็บเกือบหลายหมื่นแล้ว!”
เคอเหยี่ยนชอบเวลาเธอเป็นแบบนี้
ยิ้มอย่างมีความสุข ไม่ต้องกังวลอะไร
กินบะหมี่เสร็จ เจียงหนิงรีบเสนอตัวไปล้างชาม บอกว่าวันนี้เขาออกแรงช่วยย้ายบ้านมากแล้ว งานเล็ก ๆ อย่างล้างชามให้เธอทำเอง
พอเถียงกับเธอแล้วเธอก็โมโห เคอเหยี่ยนจึงได้แต่นั่งรอเธอล้างจานเสร็จอยู่ในลานบ้าน
ลานบ้านนี้เงียบสงบจริง ๆ
ลึกเข้าไปในตรอกไม่มีเสียงรถวิ่งผ่านไปมา นาน ๆ ครั้งถึงจะได้ยินเสียงหมาบ้านไหนเห่าสองที
เจียงหนิงล้างจานเสร็จก็เดินออกมา สะบัดน้ำจากมือ ก่อนมานั่งลงบนเก้าอี้ไม้ไผ่ข้างเขา
“คุณย่าจ้าวทำกุญแจให้พวกเราคนละดอก ดูสิ” เธอแบมือให้ดูกุญแจสองดอกที่ผูกเชือกสีแดงไว้ “คุณย่าจ้าวบอกว่าเชือกคล้องกุญแจนี่ถักเอง ให้พวกเราคนละเส้น จะได้จำง่าย”
เคอเหยี่ยนรับมาแล้วใส่กระเป๋า
ทั้งสองนั่งอยู่ในลานบ้านอย่างนั้น ไม่มีใครพูดอะไร
ลมกลางคืนพัดจากปากตรอกเข้ามา ใบไม้เสียดสีกันดังซู่ซ่า มีอยู่สองสามใบปลิวมาตกบนโต๊ะหิน เจียงหนิงหยิบขึ้นมาฉีกเล่นในมือ
