เช้าวันรุ่งขึ้น เจียงหนิงย่อตัวอยู่ข้างกำแพง ขะมักเขม้นพรวนดินในแปลงว่าง
เธอตัวเล็ก พอจอบฟันลงไป ร่างทั้งร่างก็เอนไปข้างหน้า ก้อนดินพลิกกลับ ไส้เดือนดิ้นมุดกลับลงไป
เธอใช้สันจอบทุบก้อนดินให้แตก ก่อนย่อตัวลงใช้มือเก็บก้อนหินเล็ก ๆ โยนไปไว้ข้างหนึ่ง
ตอนเคอเหยี่ยนออกมา เจียงหนิงก็ยังย่อตัวอยู่ตรงนั้น เธอใช้หลังมือเช็ดเหงื่อบนหน้าผาก ทิ้งรอยดินไว้ตรงปลายจมูกโดยไม่รู้ตัว
เคอเหยี่ยนย่อตัวลงข้างเธอ
เจียงหนิงได้ยินเสียงจึงหันไปมองเขา ดวงตาโค้งเป็นรอยยิ้ม
“ตื่นแล้วเหรอคะ?”
“อืม” เคอเหยี่ยนยื่นมือไปเช็ดดินตรงปลายจมูกเธอ “เช้าขนาดนี้ไม่ยอมนอน ดันมาพรวนดินอยู่ตรงนี้”
“ฉันพรวนดินไว้ก่อนน่ะค่ะ พอดินร่วนแล้วค่อยปลูกอะไรก็ง่ายขึ้น เย็นนี้เลิกงานแล้วเราไปซูเปอร์มาร์เก็ตซื้อเมล็ดพันธุ์กันนะ ฉันดูมาแล้ว ที่นั่นมีเมล็ดผักขาย ทั้งผักกาดขาว ผักกาดหอม แล้วก็ผักชีเลย”
เคอเหยี่ยนมองแปลงดินที่ถูกพลิกไปแล้วครึ่งหนึ่ง
“อยากปลูกอะไรบ้าง?”
“ปลูกผักกาดหอมกับผักกาดขาวก่อนค่ะ โตเร็วดี ส่วนมะเขือเทศกับแตงกวาก็ปลูกได้นะ แต่ต้องมีไม้ไผ่ทำค้าง ยายจ้าวบอกว่าไม้ไผ่แถวนั้นหยิบใช้ได้ตามสบาย เดี๋ยวฉันค่อยไปตัดมาสักสองสามลำก็พอ”
“ได้ งั้นปลูกสตรอว์เบอร์รีในกล่องโฟม จะได้ย้ายสะดวก”
“ได้เหมือนกันค่ะ! ฉันทำบะหมี่หมูเส้นไว้ในหม้อ คุณกินก่อนค่อยไปทำงานนะ ฉันกลัวจะร้อน เลยตักออกมาวางให้เย็นแล้ว ตอนนี้น่าจะกำลังพอดี”
เคอเหยี่ยนลุกขึ้นเดินไปทางห้องครัว
ในห้องครัวค่อนข้างมืด เขาคลำเจอสายไฟแล้วดึงเปิดไฟ บนเตามีบะหมี่วางอยู่หนึ่งชาม
เส้นบะหมี่ผ่านน้ำเย็นมาแล้ว จึงไม่จับตัวเป็นก้อน ด้านบนโปะไข่ดาวไว้หนึ่งฟอง ข้างกันมีผักดองถ้วยเล็ก
เคอเหยี่ยนถือชามบะหมี่ออกจากห้องครัว
