เจียงหนิงเอียงศีรษะครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่ง สมองที่เมามายทำงานเชื่องช้า คิดอยู่นานก็ยังนึกเหตุผลไม่ออก สุดท้ายจึงส่ายหน้าอย่างซื่อตรง
มืออีกข้างที่ว่างของเสิ่นเจวี้ยนยกขึ้น ปลายนิ้วแตะลงบนริมฝีปากของเธอ กดเนื้อนุ่มที่ชุ่มไปด้วยเหล้าผลไม้เบา ๆ
“ยังจำได้ไหมว่าจูบกันยังไง?”
ดวงตาของเจียงหนิงขยับเล็กน้อย ก่อนจะพยักหน้าช้า ๆ
“จูบพี่สิ”
หญิงสาวก้มลงอย่างว่าง่าย ทันทีที่ริมฝีปากแนบกัน เสิ่นเจวี้ยนก็ถอนหายใจแผ่วต่ำ มือที่ประคองท้ายทอยเธอกระชับแน่นขึ้น ปลายลิ้นแทรกผ่านร่องริมฝีปากของเธอเข้าไปโดยตรง
ตอนแรกเจียงหนิงหวาดกลัวอยู่บ้าง นิ้วมือเผลอกำเสื้อบริเวณหัวไหล่ของเขาแน่น
แต่ความกลัวนั้นอยู่ได้ไม่กี่อึดใจ รสหวานละมุนก็แผ่ซ่านขึ้นมาแทน
เธอขยับตามจังหวะของเขาอย่างเก้ ๆ กัง ๆ ปลายลิ้นลองแตะเขาอย่างลังเล พอแตะแล้วก็หดกลับ ทว่าเขาก็ตามมาพัวพันไม่ยอมปล่อย
เมื่อจูบสิ้นสุดลง ทั้งสองต่างหอบหายใจ
หยาดเหงื่อบาง ๆ ซึมอยู่บนปลายจมูกของเจียงหนิง เส้นผมยุ่ง ๆ แนบติดขมับ ริมฝีปากถูกจูบจนแดงระเรื่อ เธอมองเขาพลางหอบหายใจแผ่วเบา
“ร้อนไหม?” เสิ่นเจวี้ยนถาม
“ร้อน”
“ถ้าอย่างนั้นก็ถอดเสื้อผ้าสิ”
เจียงหนิงกะพริบตาสองครั้ง คล้ายเห็นว่าคำสั่งนี้ฟังดูสมเหตุสมผล
เธอถอดเสื้อโค้ตก่อน จากนั้นก็เอื้อมไปดึงชายเสื้อไหมพรม พอเลิกขึ้นถึงเอว มือข้างหนึ่งก็พลันกดเธอไว้
ไม่รู้ว่าเสิ่นเจวี้ยนลุกขึ้นนั่งตัวตรงตั้งแต่เมื่อไร ฝ่ามือแนบลงบนผิวเปลือยตรงเอวด้านหลังของเธอ ความร้อนจากมือนั้นทำให้เธอสะดุ้งหดตัวเล็กน้อย
“พอแล้ว”
เสียงของเขาแหบพร่าอย่างหนัก ลูกกระเดือกขยับขึ้นลง
“ตัวนี้ไม่ต้องถอด”
เจียงหนิงขมวดคิ้ว ความเอาแต่ใจไร้เหตุผลของคนเมาแสดงออกมาทางสีหน้าอย่างชัดเจน
