เส้นประสาทในสมองของเจียงหนิงขาดผึงไปโดยสิ้นเชิง
เธอมองนิ้วสองนิ้วนั้นอยู่นานถึงสามวินาที ใบหน้าซีดขาวแล้วเปลี่ยนเป็นแดง ก่อนจะกลับมาซีดอีกครั้ง
สุดท้ายเธอก็ปิดหน้าด้วยความรู้สึกสิ้นหวังในชีวิต มุดเข้าไปในผ้าห่มจนขดเป็นกุ้งตัวหนึ่ง
“อ๊ากกกกก—”
เสียงที่ดังอู้อี้ออกมาจากใต้ผ้าห่มฟังดูแทบจะพังทลาย ขาสองข้างยังถีบไปมาอยู่ใต้ผ้าห่มสองที
เสิ่นเจวี้ยนยืนอยู่ข้างเตียง มองม้วนผ้าห่มที่ห่อตัวเธอเป็นก้อน เหลือให้เห็นเพียงปอยผมชี้ฟูเล็ก ๆ ในที่สุดก็กลั้นไม่ไหว หลุดหัวเราะเสียงต่ำออกมาจากลำคอ
เขาหยิบแก้วน้ำบนโต๊ะข้างเตียงขึ้นมาจิบอย่างเชื่องช้า แล้วเอ่ยขึ้นอย่างไม่รีบร้อน
“ห่มผ้าคลุมแน่นขนาดนี้ ไม่อึดอัดหรือไง?”
“อย่ามาพูดกับฉันนะ!”
เสิ่นเจวี้ยนเห็นเธอมุดหน้าเข้าไปในผ้าห่มแกล้งตาย จึงไม่แกล้งเธอต่อ
เมื่อคืนพวกเขาไม่ได้ทำกันจนถึงขั้นสุดท้ายจริง ๆ
เขาฝืนข่มใจเอาไว้ แต่เจียงหนิงที่เมามายกลับเกาะแกะเขาไม่ยอมปล่อย
แขนทั้งสองข้างคล้องคอเขาไว้ ขาก็เกี่ยวเอวเขา พลางส่งเสียงงึมงำซุกเข้าหาอ้อมอกเขา บอกว่าร้อน บอกว่าไม่สบายตัว แล้วก็พูดว่า พี่คะ ช่วยหนูหน่อย
เขาทำอะไรไม่ได้ จึงช่วยเธอให้ถึงจุดสุดยอดไปสองครั้ง เธอถึงได้ยอมนอนหลับไปอย่างว่าง่าย
“ผมไปทำอาหารเช้านะ กินเสร็จแล้วจะไปส่งคุณที่มหาวิทยาลัย”
ใต้ผ้าห่มไม่มีเสียงตอบ เขาไม่ได้เร่ง เพียงเปิดประตูเดินออกไป เสียงฝีเท้าค่อย ๆ ห่างไปตามทางเดินจนกระทั่งเงียบสนิท
เจียงหนิงเงี่ยหูฟังอยู่พักใหญ่ พอแน่ใจว่าข้างนอกไม่มีความเคลื่อนไหวแล้วจริง ๆ ถึงค่อย ๆ ดึงผ้าห่มออกจากใบหน้า
เธอมองเพดานแล้วเบะปาก
“ระบบ”
【อยู่นี่ค่ะ โฮสต์】
