ช่วงหลายวันนี้ลูกค้าน้อย เจียงหนิงจึงเลิกงานก่อนสองทุ่มทุกวัน
หลังเลิกงาน เธออ้อมไปตลาดสด ปลาช่วงก่อนปิดร้านราคาถูก เธอเลือกปลาหมอที่ยังมีชีวิตมาหนึ่งตัว ซื้อเต้าหู้อ่อนหนึ่งก้อนกับผักชีอีกกำเล็ก ๆ
กลับถึงบ้านก็ซาวข้าวใส่หม้อก่อน จากนั้นทอดปลาจนเหลืองอ่อนทั้งสองด้านแล้วเติมน้ำเดือดลงไป น้ำแกงพลันเดือดพล่านกลายเป็นสีขาวขุ่นคล้ายนม เธอหั่นเต้าหู้เป็นชิ้นใส่ลงไป แล้วตั้งไฟอ่อนเคี่ยวช้า ๆ
ปกติเคอเหยี่ยนจะกลับถึงบ้านราวสองทุ่มครึ่ง
เจียงหนิงจึงจัดอาหารวางไว้ แล้วนั่งรออยู่ในลานบ้าน
สองทุ่มครึ่งแล้ว เขายังไม่กลับมา
สามทุ่มแล้วก็ยังไม่กลับ
เธอโทรหาเคอเหยี่ยน เสียงรอสายดังอยู่หลายครั้งกว่าจะมีคนรับ ปลายสายเสียงดังอึกทึกเหมือนอยู่ในที่ที่มีคนพลุกพล่าน เสียงของเคอเหยี่ยนแหบพร่าอย่างหนัก
“ยุ่งนิดหน่อย ไม่ต้องรอ กินก่อนเลย”
“แล้วคุณจะกลับเมื่อไหร่?”
“ยังไม่แน่ใจ คุณนอนก่อนเถอะ”
เขาวางสายอย่างรีบร้อน เจียงหนิงมองหน้าจอที่ดับลง หัวใจพลันรู้สึกว่างเปล่าเล็กน้อย
เธอใช้ชามครอบอาหารที่ทำเสร็จแล้วนำไปแช่ตู้เย็น ส่วนแกงปลายังอุ่นไว้ในหม้อ เธอตักข้าวกินไปสองคำก็ฝืนกินต่อไม่ไหวแล้ว
หลังอาบน้ำ เธอนอนพลิกไปพลิกมาอยู่บนเตียง เลื่อนดูโทรศัพท์ตั้งนานก็ไม่รู้ด้วยซ้ำว่าดูอะไรไปบ้าง
ใกล้เที่ยงคืน ประตูรั้วลานบ้านก็ส่งเสียงดังขึ้น
เจียงหนิงลืมตาขึ้นอย่างงัวเงีย ได้ยินเสียงฝีเท้าเข้ามาในบ้าน ตามด้วยเสียงเปิดตู้เสื้อผ้าและเสียงกุกกักของการเปลี่ยนเสื้อผ้า
เธอพลิกตัว มองไปทางนั้นผ่านเปลือกตาที่ปรืออยู่ แสงไฟลอดออกมาจากช่องประตูห้องน้ำ เงาของเคอเหยี่ยนไหววูบอยู่ด้านใน
“เคอเหยี่ยน?” เสียงของเธอยังเจือความง่วง
