เคอเหยี่ยนดับก้นบุหรี่กับโคนกำแพง ก่อนหมุนตัวกลับเข้าไปในโกดังอีกครั้ง
เจียงหนิงกัดฟัน ก่อนออกวิ่งตามเข้าไป
หน้าประตูโกดังมีผู้ชายสองคนกำลังยอง ๆ สูบบุหรี่อยู่ เธอหวาดกลัวอยู่บ้าง จึงแนบตัวเลียบกำแพงลอบเข้าไป ด้านในมีแสงสลัว หลอดไฟสีเหลืองแขวนอยู่บนเพดานสองสามดวง กลิ่นบุหรี่ปนกับกลิ่นเหงื่อจนแสบคอ
คนยืนล้อมอยู่รอบ ๆ ทุกคนถือธนบัตรปึกหนึ่งไว้ในมือ สายตาจับจ้องเวทีที่กั้นล้อมไว้ตรงกลาง
เจียงหนิงถูกฝูงชนเบียดไปเบียดมา ด้วยตัวเตี้ยจึงมองอะไรไม่เห็น เธอเขย่งปลายเท้าเบียดเข้าไปอีกสองก้าว ทันใดนั้นก็ได้ยินเสียงทึบดังมาจากทางเวที
เธอมองลอดช่องว่างระหว่างผู้คนเข้าไป
ในกรงมีชายสองคนยืนอยู่ หนึ่งในนั้นคือเคอเหยี่ยน
สมองของเจียงหนิงอื้ออึงขึ้นมาทันที ขาอ่อนจนแทบยืนไม่อยู่ ต้องยกมือจับเสาเหล็กข้างกายไว้จึงพอทรงตัวได้
เธอคิดว่าเขามาเล่นพนัน
ถึงขั้นคิดไว้แล้วว่า หากเขาเสียเงิน เธอจะเอาเงินที่เก็บสะสมไว้กว่าหมื่นออกมาอุดรูรั่วให้ แล้วค่อยคุยกับเขาดี ๆ สักครั้ง
แต่เธอไม่เคยคิดเลยว่าเขาจะขึ้นชกอยู่ในนั้น
ผู้ชายที่ยืนตรงข้ามเตี้ยกว่าเขาครึ่งศีรษะ แต่แขนล่ำพอ ๆ กับท่อนไม้
ชายอ้วนในเสื้อลายดอกที่ยืนอยู่ข้าง ๆ ชูโทรโข่งขึ้นตะโกนเสียงดัง
“วางเดิมพันแล้วห้ามเปลี่ยนใจ! ฝั่งน้ำเงิน เคอเหยี่ยน ฝั่งแดง เถี่ยหนิว! เริ่มชก!”
ผู้คนนับสิบที่อยู่นอกกรงส่งเสียงโห่ร้องพร้อมกัน บ้างตะโกนให้เถี่ยหนิวอัดเขาให้ตาย บ้างตะโกนให้ฝั่งน้ำเงินรีบล้ม ธนบัตรปลิวไหวอยู่กลางอากาศ
