นาฬิกาปลุกดังขึ้นครั้งหนึ่ง เจียงหนิงกดปิดแล้วรีบหลับตาแกล้งทำเป็นหลับ แต่หูกลับตั้งใจฟังความเคลื่อนไหวข้างกาย
เคอเหยี่ยนหายใจแผ่วเบา คล้ายยังไม่ตื่น
เธอลอบลืมตาขึ้นนิดหนึ่ง ใช้หางตามองไปทางเขา เห็นเขานอนตะแคงหันหน้ามาทางเธอ คิ้วตาผ่อนคลาย ริมฝีปากเม้มเบา ๆ ดูเหมือนหลับสนิท
แต่แขนข้างนั้นยังโอบเอวเธอไว้แน่น
เจียงหนิงลองขยับถอยหลังไปนิดเดียว เอวก็ปวดระบมขึ้นมาทันทีจนเธอสูดปาก ทั้งร่างแข็งค้าง ไม่กล้าขยับอีก
แย่แล้วสิ
เธอก้มมองตัวเอง ผ้าห่มคลุมอยู่แค่เอว ไหล่กับหน้าอกเต็มไปด้วยรอยแดงจางเข้มสลับกัน โดยเฉพาะตรงไหปลาร้าที่เห็นชัดเป็นพิเศษ
เธอรีบดึงผ้าห่มขึ้นมาคลุม แต่ขยับแรงไปหน่อย ร่างกายช่วงล่างก็ปวดระบมขึ้นมาอีกระลอก
เจียงหนิงกัดริมฝีปากกลั้นเสียง ใบหน้าร้อนผ่าวจนแทบไหม้
เรื่องเมื่อคืนค่อย ๆ ไหลย้อนเข้ามาในหัวเป็นฉาก ๆ ยิ่งไม่อยากนึก ก็ยิ่งจำได้ชัดเจน
ตอนแรกเขาถึงกับปลดกระดุมยังไม่ค่อยเป็น นิ้ววนอยู่บนเสื้อผ้าของเธอตั้งนาน หงุดหงิดจนใบหูแดงไปหมด
เธอนึกว่าเขาคงจะเก้ ๆ กัง ๆ อยู่บ้าง ที่ไหนได้ พอถึงขั้นนั้นจริง ๆ เขากลับคล่องแคล่วจนน่าตกใจ หลังจากนั้นก็ยิ่งชำนาญขึ้นทุกครั้ง ไม่เหมือนคนที่เพิ่งทำเป็นครั้งแรกเลยสักนิด
เธอร้องไห้ไปกี่ครั้งตัวเองยังจำไม่ได้ ทุกครั้งที่ร้องไห้พลางผลักเขา เขาก็จะก้มลงจูบเปลือกตาเธอ พอจูบเสร็จก็ยังไม่ยอมปล่อยเธอไปง่าย ๆ
“ตื่นแล้วหรือ?”
เสียงหนึ่งดังขึ้นเหนือศีรษะ เจียงหนิงพลันเกร็งไปทั้งตัว
ไม่รู้ว่าเคอเหยี่ยนลืมตาตั้งแต่เมื่อไร เขากำลังก้มมองเธอ เสียงแหบพร่าอย่างมาก ดวงตายังมีแววง่วงงุนของคนเพิ่งตื่น
