คนที่อยู่ที่นี่วันนี้เรียกได้ว่าผ่านประสบการณ์เหมือนนั่งรถไฟเหาะ เริ่มจากความกังวล ความหวาดกลัว และความหวั่นผวา ต่อมาก็เป็นความประหลาดใจและตื่นเต้นดีใจ แต่พอใจเย็นลงแล้วก็อดหวาดหวั่นไม่ได้ ไม่รู้ว่าในอนาคตจะเกิดอะไรขึ้นบ้าง
ที่สำคัญคือไม่มีใครรู้ว่าเฉินเฮ่าอวี่จะรับมือกับพวกอันธพาลเหล่านี้ได้ด้วยตัวคนเดียวหรือไม่
เฉินเฮ่าอวี่มาถึงหลังสามทุ่ม ตอนนี้ก็เกือบห้าทุ่มแล้ว พอได้ยินเขาพูดแบบนั้น ทุกคนยกเว้นไป๋หรูเสวี่ยต่างก็เริ่มหาวโดยไม่รู้ตัว เพราะเมื่อครู่ตึงเครียดเกินไป พอตอนนี้ผ่อนคลายลง ร่างกายก็เริ่มแสดงอาการ แต่แต่ละคนก็พยายามกลั้นเอาไว้
ตอนนั้นเสี่ยวอาผิงเดินไปหยิบไม้ถูพื้นกับไม้กวาดตรงข้างประตู พอหยางเฟยเห็นก็รีบเดินตามไป รับไม้กวาดจากมือเธอ แล้วช่วยกันทำความสะอาด โดยเฉพาะคราบเลือดบนพื้น
หลานเมิ่งอิงเริ่มง่วงอยู่บ้าง แต่ไม่อยากพลาดโอกาสในวันนี้ไป เธอพยักหน้าให้เฉินเฮ่าอวี่ก่อน แล้วหันไปพูดกับไป๋หรูเสวี่ยว่า “เกือบอาทิตย์แล้วที่ฉันไม่ได้นอนเลย คุณกลับไปกับทุกคนก่อนดีไหม ฉันจะอยู่ช่วยเฝ้าที่นี่เอง”
ไป๋หรูเสวี่ยส่ายหน้า “ฉันไม่เป็นไร จื้อกัง ผู้จัดการเสี่ยว เสี่ยวหยาง พวกคุณกลับไปพักกันก่อนดีไหม”
ไป๋จื้อกังทำงานฝ่ายจัดซื้ออยู่ที่โรงน้ำชามาตลอด ช่วงนี้เขาเห็นคนของถังกัวเปียวทำตัวกร่างและวางอำนาจ จึงรู้สึกอัดอั้นใจมาก
วันนี้เฉินเฮ่าอวี่ปรากฏตัว ทำให้เขารู้สึกเหมือนได้ระบายความอัดอั้นออกมาเสียที เขาอยากฉวยโอกาสนี้ตีสนิทกับเฉินเฮ่าอวี่
