ภายในห้องพักของโรงแรม อากาศราวกับหยุดนิ่ง เหลือเพียงเสียงหายใจหอบถี่ของคนทั้งสองที่ประสานกัน
ดวงตาแดงก่ำของเหยียนเก๋อจ้องซุนเสี่ยวจิงเขม็ง ราวกับสัตว์ร้ายที่จนตรอก น้ำเสียงแตกพร่าเพราะพยายามข่มกลั้นอารมณ์อย่างสุดกำลัง “เสี่ยวจิง... ทำไม? บอกฉันมา... ตอนนั้นทำไมถึงทิ้งฉันไป? เธอรักผู้ชายคนนั้นหรือ? อันเดร มอร์แกน?” เขาแทบจะกัดฟันเอ่ยชื่อที่ทำให้เขาหึงหวงจนคลั่ง “เธอ... ยังรักฉันอยู่ไหม?” ประโยคสุดท้ายแฝงคำวิงวอนที่ยากจะสังเกตเห็น แทบจะเรียกได้ว่าต่ำต้อย “ฉันอยู่ไม่ได้ถ้าไม่มีเธอ...”
“เธอหลอกฉัน ทำให้ฉันคิดว่าตัวเองเป็นผู้ชายที่มีความสุขที่สุดในโลก ทำให้ฉันเชื่อว่าเธอรักฉันจากใจจริง แต่เพียงชั่วข้ามคืน เธอกลับทิ้งฉันไป ไม่เหลือแม้แต่คำพูดสักคำ”
ซุนเสี่ยวจิงถูกเขากักไว้ระหว่างบานประตูกับแผงอกอันร้อนผ่าวของเขา เธอสัมผัสได้อย่างชัดเจนว่าร่างกายเขาสั่นเทา และรับรู้ถึงอารมณ์ที่แทบจะกลืนกินเธอ เธอหลุบตาลง ขนตาหนาเป็นแพสั่นไหวเบา ๆ ราวกับปีกผีเสื้อ ทอดเงาเล็ก ๆ ลงใต้เปลือกตา ครั้นเงยหน้าขึ้นอีกครั้ง ดวงตาคู่งามก็พร่าพรายด้วยหยาดน้ำ แฝงความเจ็บปวดและสับสนอย่างเห็นได้ชัด
“ทำไม?” เธอทวนคำถามของเขา เสียงเบาราวกับเสียงถอนใจ เปี่ยมด้วยความน้อยใจและจนปัญญา “เหยียนเก๋อ เธอยังไม่เข้าใจจริง ๆ หรือ? คุณย่าของเธอ... ประธานจาง ไม่เคยชอบฉันเลย ในสายตาของท่าน ฉันไม่คู่ควรกับเธอ ไม่คู่ควรกับเฉิงเฟิง”
เธอเบือนหน้าเล็กน้อย หลบสายตาอันร้อนแรงของเขา น้ำเสียงเจือความขมขื่นยามหวนรำลึก “ตอนนั้นเธอหมดสติ นอนอยู่ในโรงพยาบาล หมอบอกว่าไม่รู้ว่าจะฟื้นขึ้นมาเมื่อไร ภายในเฉิงเฟิงทุกคนต่างหวาดหวั่น ภายนอกก็มีคู่แข่งจ้องหาโอกาส บริษัทกำลังเผชิญวิกฤติครั้งใหญ่ จวนเจียนจะล้มละลายแล้ว... ฉันจะเอาอะไรไปค้ำจุน? จะเอาอะไรไปช่วยเธอรักษาเฉิงเฟิงไว้? ทุกวันฉันใช้ชีวิตอยู่กับความหวาดกลัวและความสิ้นหวัง... ฉันไม่มีทางทนต่อไปได้เลย...”
