บทที่ 11 ซูเถียนกับดอกท้อเล็ก ๆ
ซูเถียนเองก็มองไปทางซูอี้ «ใช่แล้ว พี่ฮั่วเป็นใครเหรอ?»
ลู่เฉินมองภรรยาตัวน้อยที่ทำหน้างุนงงไม่ต่างกัน พลันแววตาก็อ่อนโยนลง เขาก้าวเข้าไปหยิบผ้าพันคอที่ภรรยาเพิ่งถอดออกมาพับให้เรียบร้อย ก่อนวางไว้บนตู้ข้างเตียงเตา แล้วจับมือเธอบีบเบา ๆ เพื่อดูว่าเย็นหรือไม่
ซูอี้เบิกตากว้างมองพี่สาว
«โห! พี่ พี่คงไม่ลืมคำพูดที่เคยพูดไว้หรอกนะ!»
ซูเถียนยิ่งงงเข้าไปใหญ่ «ฉันพูดอะไรไว้ล่ะ? ตั้งแต่เด็กจนโตฉันพูดตั้งเยอะแยะ ใครจะไปรู้ว่านายหมายถึงประโยคไหน อย่าเปลี่ยนเรื่องไปมาเลย ผู้ชายแซ่ฮั่วคนนั้นเป็นใคร ทำไมฉันจำไม่ได้เลยว่ารู้จักคนแบบนี้?»
ซูอี้ทำหน้าเหมือนไม่รู้จะจัดการกับพี่สาวอย่างไรดี
«พี่ฮั่วก็คือฮั่วจื่อหมิงไง ลูกชายคนเล็กของลุงฮั่ว หัวหน้ากองผลิตข้าง ๆ เมื่อก่อนเรียนห้องเดียวกับพี่ตอนมัธยมต้น พี่จำไม่ได้เหรอ?»
ซูเถียนจำไม่ได้จริง ๆ เธอไม่ใช่เด็กตัวจริงเสียหน่อย ตอนเรียนมัธยมต้นเธอตั้งใจสอบเข้าโรงเรียนเฉิงจื้อ ก็เพื่อจะไปนั่งเรียนวิชาที่ชิงหัวแถว ๆ นั้น จะได้มีเหตุผลชอบธรรมในการรับงานแปลหาเงิน เธอจะไปสนใจได้อย่างไรว่าในห้องมีเพื่อนร่วมชั้นคนไหนบ้าง
ซูอี้เห็นสีหน้าพี่สาวก็รู้ทันทีว่า เธอไม่มีความทรงจำเกี่ยวกับพี่ฮั่วเลยแม้แต่น้อย
เขาอดสงสารพี่ฮั่วไม่ได้
ซูอี้พูดต่อ «พี่จำได้ไหม ตอนพี่เรียนมัธยมต้น พี่เยว่กำลังจะแต่งงาน วันนั้นพี่ไปนั่งเป็นเพื่อนพี่เยว่กับแม่ พี่เยว่บอกว่าที่บ้านแนะนำคนให้สองคน คนหนึ่งเป็นลูกชายคนรองของหัวหน้าคณะกรรมการปฏิวัติประจำสหกรณ์ อีกคนเป็นทหารอยู่ในหน่วยของครอบครัวป้าเอ๋อ ทั้งสองคนมีคุณสมบัติดี พี่เยว่เลือกไม่ถูกก็เลยถามพี่»
