บทที่ 10 พี่เขยคนโตกับพี่เขยคนเล็ก
มื้อเย็นของซูเถียนไม่ได้ทำอะไรยุ่งยาก ลู่เฉินนวดแป้ง ส่วนเธอหั่นเนื้อครึ่งชั่งเป็นเต๋า ทำบะหมี่ราดซอสผัดหอมฉุยเต็มชามใหญ่
เธอยังทอดไข่ยางมะตูมไว้อีกสามฟอง
ใช้ตะเกียบค่อย ๆ เจาะไข่แดงให้แตก คลุกเคล้าไข่แดงให้เข้ากับบะหมี่ราดซอสที่ชุ่มไปด้วยเครื่อง พอกินเข้าไปคำหนึ่ง ซูเถียนก็เริ่มออกอาการดีใจจนเนื้อเต้น
ชาติก่อนฝีมือทำอาหารของเธอก็ไม่เลวอยู่แล้ว
ตอนเด็กเพราะเป็นผู้หญิง งานซักผ้าทำกับข้าวจึงเป็นสิ่งที่ต้องทำ พอโตขึ้นก็ไปเรียนต่อต่างประเทศ แต่เธอกินอาหารที่นั่นไม่ชิน เลยทำกินเองจนฝึกฝีมือทำอาหารได้อย่างดี
หลังข้ามมิติมาที่นี่
ทุกบ้านต่างกินไม่อิ่ม เธอมีเสบียงอยู่เต็มมิติ แต่ก็ไม่กล้านำออกมาอย่างเปิดเผย ทำได้เพียงรับหน้าที่ดูแลครัวเอง แล้วค่อย ๆ ลักลอบนำอาหารบางส่วนออกมาจากมิติ เติมให้คนในบ้านเป็นครั้งคราว ฝีมือทำอาหารจึงไม่ได้หายไปไหน
ลู่เฉินก็ทำอาหารเป็นเหมือนกัน แต่เพิ่งมาเรียนหลังจากได้อยู่กับซูเถียน ก่อนหน้านั้นแทบตลอดทั้งปี เขากินอาหารโรงอาหารเป็นหลัก สักสามสิบหรือห้าสิบวันถึงจะได้กินสักครั้ง โชคดีที่เขาเรียนรู้ไว ซูเถียนสอนให้ครั้งหนึ่ง เขาลองทำอีกสองสามรอบก็ทำเป็นแล้ว เพียงแต่รสชาติยังสู้ฝีมือซูเถียนไม่ได้
บะหมี่หนึ่งชามใหญ่ ซูเถียนกินไปถ้วยเล็กถ้วยเดียว ที่เหลือลู่เฉินจัดการจนหมด
กินมื้อเย็นเสร็จ ลู่เฉินก็เก็บกวาดล้างชามตะเกียบ ส่วนซูเถียนเดินไปเดินมาในห้องเพื่อช่วยย่อยอาหาร พลางครุ่นคิดเรื่องต่าง ๆ
ที่จริงหากอยากรู้ว่าเรื่องในฝันของเธอเป็นเรื่องจริงหรือไม่ นอกจากรอให้หิมะแรกตกแล้ว เธอยังตรวจสอบจากอีกเรื่องหนึ่งได้
เธอจำได้ว่าหลังนางเอกข้ามมิติมา สิ่งแรกที่ทำก็คือหางาน
นางเอกออกไปหางานทุกวัน แล้วบังเอิญช่วยภรรยาของรองหัวหน้าฝ่ายจัดซื้อโรงงานผลิตสายเคเบิลไว้ได้ ตอนที่อีกฝ่ายกำลังคิดสั้นจะกระโดดน้ำฆ่าตัวตาย เพื่อขอบคุณนางเอก ผู้หญิงคนนั้นจึงบอกเธอว่าอีกไม่กี่วันโรงงานผลิตสายเคเบิลจะเปิดสอบรับสมัครพนักงานภายใน
พอนางเอกรู้ข่าวก็รีบไปสมัคร และสอบผ่านอย่างราบรื่น ได้เป็นพนักงานประจำของโรงงานผลิตสายเคเบิล
