เจิงเหม่ยลี่โบกมือ “รู้แล้ว ฉันจำได้ ไม่ต้องคอยเตือนอยู่เรื่อยหรอก”
เจี่ยฉุยยิ้ม “ก็ฉันกลัวเธอลืมนี่นา ถ้าเธอลืม ฉันก็ต้องอดข้าวกลางวันน่ะสิ เอาละ ฉันไม่รบกวนพวกเธอแล้ว กลับแผนกผลิตก่อนนะ”
ซูเถียนล็อกจักรยานเรียบร้อย มองแผ่นหลังของเจี่ยฉุยที่กระเผลกเดินจากไป ก่อนจะหันมามองเจิงเหม่ยลี่
“พี่เหม่ยลี่ พี่กับสหายเจี่ย...”
เจิงเหม่ยลี่ถอนหายใจ “เฮ้อ เขาบาดเจ็บก็เพราะช่วยฉันนี่นา ก่อนที่นิ้วเท้าจะหายดี ก็ขี่จักรยานไม่ได้ แถมหมอยังบอกว่าห้ามเดินนาน ๆ จะกระทบต่อการฟื้นตัว ช่วงนี้ฉันเลยต้องปั่นจักรยานรับส่งเขาไปทำงาน”
ตั้งแต่เข้าทำงานมา เจิงเหม่ยลี่ดีกับเธอไม่น้อย ซูเถียนจึงอดเตือนอีกฝ่ายไม่ได้
“พี่ขอให้สหายผู้ชายคนอื่นช่วยรับส่งเขาไม่ได้หรือคะ?”
“ฉันก็เคยขอให้สหายผู้ชายในโรงงานช่วยรับเขาไปด้วยอยู่เหมือนกัน ตั้งใจว่าหาโอกาสเลี้ยงข้าวอีกฝ่ายสักสองมื้อ แต่พ่อแม่ของเจี่ยฉุยไม่เห็นด้วย กลัวว่าถ้าผู้ชายคนอื่นขี่จักรยานไม่ระวัง แล้วทำเจี่ยฉุยตกลงมา อาการบาดเจ็บจะยิ่งหนักกว่าเดิม ไม่มีทางเลือก ฉันก็เลยต้องรับส่งเขาเอง” เจิงเหม่ยลี่อธิบาย
เธอพูดต่อว่า “ที่สำคัญ พ่อแม่ฉันก็คิดแบบเดียวกัน พวกท่านคอยเร่งให้ฉันแต่งงาน ก่อนหน้านี้ก็ถูกใจเจี่ยฉุย เราสองคนเคยดูตัวกันด้วย ตอนนี้โอกาสมาถึงตรงหน้า พวกท่านก็ต้องอยากให้ฉันกับเจี่ยฉุยใกล้ชิดกันมากขึ้น แต่โชคดีที่เจี่ยฉุยรู้ว่าฉันมีคนรักแล้ว เลยยอมช่วยฉัน”
ซูเถียนยักไหล่ “เขาช่วยจริง ๆ หรือกำลังวางแผนอะไรอยู่ พี่ก็พูดไม่ได้เต็มปากหรอกนะ”
