บทที่ 54 ซูเหมียนก่อเรื่อง
ลู่ข่ายล้วงเงินปึกหนึ่งออกมาจากกระเป๋า แล้วยื่นให้เปาไฉเอ๋อร์
เปาไฉเอ๋อร์ไม่ได้ปฏิเสธ รับเงินมาแล้วก็นับไปพลางคุยกับลู่ข่ายไปพลาง
แม้จะอยู่ไกล ซูเถียนก็ยังเห็นลู่ข่ายยิ้มหน้าบานราวกับคนไร้ราคาได้ชัดเจน
เมื่อนับเงินเสร็จ เปาไฉเอ๋อร์ก็เข้าไปในตรอก หยิบกระสอบป่านใบหนึ่งออกมายื่นให้ลู่ข่าย
ซูเถียนเลิกคิ้ว
ดูท่าเนื้อเรื่องจะไม่ได้เปลี่ยนไป เปาไฉเอ๋อร์ยังร่วมมือกับลู่ข่ายนำของไปขายในตลาดมืดอยู่ดี
เมื่อเห็นชัดแล้วว่าเกิดอะไรขึ้น ซูเถียนก็คิดจะปั่นจักรยานจากไป ไม่อยากให้เปาไฉเอ๋อร์เห็นเข้า
“ซูเถียน!” เปาไฉเอ๋อร์ตะโกนเรียก
ซูเถียนแสร้งทำเป็นไม่ได้ยิน ปั่นจักรยานจากไปโดยไม่หันกลับมามอง
เมื่อเห็นเช่นนั้น สีหน้าของเปาไฉเอ๋อร์ก็เปลี่ยนไปทันที
“พี่ข่าย คนเมื่อกี้ใช่พี่สะใภ้ใหญ่ของพี่หรือเปล่า?”
เปาไฉเอ๋อร์ชี้ไปทางที่ซูเถียนจากไป มองลู่ข่ายด้วยสีหน้าเป็นกังวล “พี่ข่าย พี่คิดว่าซูเถียนเห็นเราคุยกันเมื่อกี้ไหม? เธอจะเข้าใจผิดหรือเปล่า? แล้วท่าทางของเราสองคนเมื่อครู่นี้ เธอจะเอาไปฟ้องใครไหม?”
“ไฉเอ๋อร์ ไม่ต้องกังวลไป” ลู่ข่ายปลอบ “บางทีเธอแค่ผ่านมาพอดี ไม่ได้เห็นเราก็ได้ ไม่อย่างนั้นทำไมเรียกแล้วเธอถึงไม่ตอบล่ะ? ต่อให้เห็นเข้าจริง ๆ เธอก็คงไม่พูดอะไรหรอก เธอเป็นพี่สะใภ้ใหญ่ของฉัน พวกเราเป็นครอบครัวเดียวกัน ถ้าฉันเป็นอะไรไป พวกเขาก็ไม่ได้ประโยชน์อะไร วางใจเถอะ”
“จริงเหรอ?”
ลู่ข่ายพยักหน้าอย่างมั่นใจ “จริงสิ วางใจได้”
เปาไฉเอ๋อร์นึกถึงเรื่องที่เกิดขึ้นในโรงงานวันนี้ ถึงจะไม่ได้ถามอะไรลู่ข่ายต่อ แต่ในใจก็ยังกังวลอยู่ตลอด
เธอไม่คิดเลยว่าซูเถียนจะเป็นคนเรียบง่ายใจดีอะไรแบบนั้น
แผนกประชาสัมพันธ์รู้อยู่ก่อนแล้วว่าจินโหย่วเหรินขโมยผลงานประดิษฐ์ของคนอื่น แต่กลับเก็บเรื่องนี้เงียบมาตลอด ทั้งที่อยู่ในเรือนเดียวกัน ซูเถียนก็ไม่เคยเตือนเธอสักคำให้ระวังอาจารย์ของตัวเอง
จนกระทั่งวันนี้จินโหย่วเหรินเอาเรื่องไปพูดทั่วโรงงาน แถมยังได้รับคำชมผ่านเสียงตามสาย ตอนที่กำลังได้ใจที่สุด ซูเถียนกลับเขียนประกาศบนกระดาน เปิดโปงความจริงจนจินโหย่วเหรินหมดอนาคตในสังคม
