บทที่ 14 มาขอของกินถึงบ้าน
ในนิยาย หลังจากนางเอกทะลุมิติมา เธอก็ตกหลุมรักลู่เฉินตั้งแต่แรกเห็น แต่เช้าวันต่อมา ลู่เฉินก็กลับไปทำงานที่หน่วยงานแล้ว เพื่อสืบข่าวของลู่เฉิน เปาไฉเอ๋อร์จึงจงใจเข้าไปตีสนิทกับลู่ข่าย
ตอนนั้นลู่ข่ายเพิ่งถูกพ่อแม่จับได้ว่าแอบขโมยเงินที่บ้านไปลงทุน หวังจะต่อเงินให้เงินงอกเงย แต่ไม่เพียงเงินจะสูญเปล่า เขายังเกือบต้องเข้าโรงพักอีกด้วย
เรื่องมันเป็นอย่างไรน่ะหรือ?
ที่จริงลู่ข่ายกับเซี่ยหยวนจินไปเจอคนจากโรงงานจักรยานแห่งหนึ่ง ซึ่งสามารถหาอะไหล่จักรยานใหม่เอี่ยมครบชุดจากข้างในได้ ในราคาชุดละ 100 หยวน แถมยังประทับตราเหล็กไว้บนโครงจักรยานเรียบร้อยแล้ว ประกอบเสร็จหนึ่งคันก็นำไปขายในตลาดมืดได้สบาย ๆ ในราคากว่าสองร้อยหยวน
พอรู้ข่าวนี้ ลู่ข่ายก็แอบขโมยเงินที่บ้านมา 400 หยวน เพื่อซื้ออะไหล่สี่ชุด
คิดว่าขายต่อก็คงได้เงินกำไรกว่าสี่ร้อยหยวน
แต่ใครจะคิดว่า พอจ่ายเงินไปแล้ว พวกเขานัดกันว่าจะไปรับอะไหล่แถวโรงงานจักรยานหลังเลิกงาน ทว่าคนของโรงงานถูกจับเสียก่อน ถ้าลู่ข่ายกับเซี่ยหยวนจินไม่วิ่งหนีเร็วพอ ทั้งคู่คงได้เข้าโรงพักไปด้วยกันแล้ว
ช่วงหลายวันนั้น ทุกคืนหลังเลิกงาน พอลู่ข่ายกลับถึงบ้าน สิ่งที่ต้องเผชิญก็ไม่ใช่คำตำหนิจากพ่อแม่ ก็เป็นคำพูดเหน็บแนมจากพี่ชายคนรองกับพี่สะใภ้คนรอง
ช่วงนั้นเป็นตอนที่เขากำลังรู้สึกแย่พอดี เปาไฉเอ๋อร์ก็เข้ามาใกล้เขาอย่างกะทันหัน ราวกับนางฟ้าตัวน้อยผู้อ่อนโยน แถมยังหน้าตาสะสวย สำหรับหนุ่มน้อยวัยยี่สิบต้น ๆ คนหนึ่ง จะต้านทานไหวได้อย่างไร
หัวใจของลู่ข่ายจึงตกไปอยู่ที่เปาไฉเอ๋อร์
ต่อมาเมื่อเกาเจี้ยนหัวกลับมาหลังปลดประจำการ ลู่ข่ายก็ยิ่งกลายเป็นตัวช่วยเติมความหวานให้ความรักของพระเอกนางเอก
ซูเถียนไม่ได้สนใจเรื่องราวของพระเอกนางเอกเท่าไรนัก สิ่งที่เธอสนใจคือ บางทีเธออาจอาศัยโอกาสที่ลู่ข่ายขโมยเงินครั้งนี้ ขโมยเงินเก็บทั้งหมดของลู่เจิ้งกั๋วไปพร้อมกันได้!
