บทที่ 43 ทุกคนในแผนกต่างมีคนหนุนหลัง มีแค่เธอที่เป็นตัวตลกงั้นเหรอ?
ไม่ต้องพูดถึงกวนจือจือเลย ทันทีที่ซูเถียนพูดจบ คนทั้งห้องทำงานก็หันมามองเธอ
เจิงเหม่ยลี่ถึงกับตาโต
โอ้โห! ผู้หญิงคนนี้ใจกล้าเกินไปแล้ว! กล้าพูดแบบนี้ได้ยังไง!
เฉิงเหว่ยไฉมองซูเถียนที กวนจือจือที มุมปากยกขึ้นจนแทบกดไม่ลง
จิ่งหมิงนับว่าค่อนข้างสงบ เขาเพียงมองซูเถียนแวบหนึ่ง ก่อนจะเบนสายตากลับไป ราวกับคนทั้งห้องทำงานไม่เกี่ยวข้องกับเขาสักนิด
แววตาที่หวังเฉิงอวิ้นมองซูเถียนมีประกายพินิจพิเคราะห์เพิ่มขึ้นมาเล็กน้อย
กวนจือจือแทบระเบิดอารมณ์ “คุณพูดเหลวไหลอะไร ใครจ้างคนเขียนแทนกัน?”
ซูเถียนทำราวกับไม่เห็นความโกรธของอีกฝ่าย น้ำเสียงเรียบเฉยราวกับกำลังพูดถึงอากาศวันนี้ “ฉันแค่ล้อเล่นเองค่ะ สหายกวนคงไม่เก็บไปคิดจริงจังหรอกใช่ไหม? เมื่อกี้คุณก็ล้อฉันเล่นเหมือนกันไม่ใช่เหรอ อย่าถือสาจริงจังนักเลยค่ะ”
คำพูดประโยคเดียวทำให้การทะเลาะกันเมื่อครู่กลายเป็นเรื่องล้อเล่น นับว่าเป็นการเปิดทางลงให้อีกฝ่ายด้วย อย่างไรเสีย นี่ก็เป็นวันแรกที่เธอมาทำงาน แค่ทำให้คนอื่นรู้ว่าเธอไม่ใช่ลูกพลับนิ่ม ๆ ก็พอ ไม่จำเป็นต้องทำตัวโดดเด่นเกินไป
แน่นอนว่า ถ้าอีกฝ่ายยังได้คืบจะเอาศอก เธอก็ไม่กลัวเหมือนกัน!
“คุณ!” กวนจือจือยิ่งโมโห อยากพุ่งเข้าไปสั่งสอนยัยเด็กนี่ให้รู้แล้วรู้รอด
ซูเถียนถอยหลังหนึ่งก้าว เว้นระยะห่างจากอีกฝ่ายแล้วจึงเอ่ยขึ้น
“สหายกวน ระวังท้องด้วยนะคะ ระวังจะกระทบกระเทือนครรภ์ ถึงตอนนั้นถ้าคุณมาโทษฉัน ที่นี่มีคนเห็นเป็นพยาน ฉันไม่ได้แตะต้องคุณเลยค่ะ”
“คุณแช่งฉันเหรอ?”
ซูเถียนหัวเราะเบา ๆ “สหายกวนฟังภาษาคนไม่เข้าใจจริง ๆ สินะคะ ฉันพูดตรงไหนว่าแช่งคุณ? ฉันบอกให้ระวังท้อง นี่ไม่ใช่การเตือนคุณหรอกเหรอ?”
ใบหน้ากวนจือจือบิดเบี้ยวเพราะความโมโห หน้าอกกระเพื่อมขึ้นลงอย่างรุนแรง ท้ายที่สุดหวังเฉิงอวิ้นก็เอ่ยปากห้ามปราม
