บทที่ 22 พี่สามีมาเยือน
ซูเถียนเหลือบมองลู่เฉิน ลู่เฉินยกมุมปากขึ้นน้อย ๆ “คุณตัดสินใจได้เลย ผมฟังคุณทุกอย่าง”
หวังอี้จวิ้นจับมือซูเถียนเบา ๆ เช่นกัน “คุณน้าซูรับเป็นแม่บุญธรรมของผมนะครับ ต่อไปผมจะกตัญญูกับคุณน้า พอโตขึ้นหาเงินได้ ผมจะแบ่งให้คุณน้าครึ่งหนึ่ง อีกครึ่งให้แม่ คุณน้าซู รับปากเถอะนะครับ ได้ไหมครับ”
ซูเถียนยิ้มพลางหยิกแก้มเขาเบา ๆ “ได้ ๆ น้าซูรับปากแล้ว รับปากแล้วจ้ะ!”
หวังอี้จวิ้นปรบมืออย่างดีใจทันที “เย่! ต่อไปผมก็มีแม่บุญธรรมคนสวยเพิ่มอีกคนแล้ว คุณแม่บุญธรรม ผมชอบคุณครับ!”
อวี๋อิ่งยิ้มพลางลูบศีรษะลูกชาย ก่อนหันไปมองซูเถียน
“เสี่ยวเถียน ฉันมีแต่พี่ชายอยู่ไม่กี่คน ไม่มีพี่น้องผู้หญิงเลย ต่อไปเธอก็เป็นน้องสาวแท้ ๆ ของฉันนะ”
ซูเถียนขยับตัวเข้าไปใกล้ ก่อนคล้องแขนอวี๋อิ่งแล้วยิ้มตอบ “ได้เลย ต่อไปถ้าฉันเจอเรื่องอะไร จะไปหาเจ๊อิ่งเป็นคนแรกแน่นอน!”
หลังมื้อค่ำจบลง ความสัมพันธ์ของทั้งสองครอบครัวก็แน่นแฟ้นขึ้นกว่าเดิมมาก
คนตระกูลหวังขนของมาพะรุงพะรัง ตอนกลับก็ยังหอบหิ้วของเต็มไม้เต็มมือเช่นเดิม
ทาร์ตไข่กับพิซซ่าที่เหลืออย่างละครึ่งชิ้น ซูเถียนห่อให้พวกเขากลับไปด้วย บอกให้เก็บความร้อนไว้ให้ดี ถึงบ้านแล้วน่าจะยังกินได้ อวี๋อิ่งบอกว่าจะเอาไปให้ยายของโก่วตั้นลองชิม ส่วนขนมปังอีกสองรสชาติ ซูเถียนหั่นแบ่งครึ่งให้ทั้งคู่เอากลับไปอย่างละชิ้น นอกจากนี้ยังให้หัวไชเท้าดอง กิมจิ และเนื้อหมักรมควันของแม่ซูติดมือไปด้วย
ตอนทั้งคู่จากไป มุมปากแทบจะยกขึ้นไปถึงฟ้า
ในนิยายต้นฉบับ หลังอวี๋อิ่งตายไปแล้ว ครอบครัวอวี๋ไม่ได้มีบทบาทอยู่อีกนาน จนถึงช่วงกลางค่อนไปทางท้ายเรื่อง ตอนที่ลูกสาวของเปาไฉเอ๋อร์โตขึ้นและมีความรัก ครอบครัวอวี๋ถึงได้ปรากฏตัว และคนที่ลูกสาวของเปาไฉเอ๋อร์คบหาด้วยก็คือคนในตระกูลอวี๋
ตระกูลอวี๋ไม่ธรรมดาเลย พวกเขาเป็นครอบครัวที่อยู่ในเขตบ้านพักข้าราชการ ซูเถียนย่อมต้องสร้างความสัมพันธ์ที่ดีกับพวกเขา โดยเฉพาะเมื่อฝ่ายที่กระตือรือร้นสานสัมพันธ์ก็คือตระกูลอวี๋เอง...
หลังส่งหวังเชากับครอบครัวออกจากลานบ้านแล้ว ซูเถียนตั้งใจจะลากลู่เฉินกลับไปทันที เพื่อรายงานผลงานในวันนี้ให้เขาฟัง
