บทที่ 62 เครื่องจักรในโรงงานขัดข้อง เจิงเหม่ยลี่ได้รับการช่วยเหลือจากวีรบุรุษ
เจิงเหม่ยลี่พยักหน้า “อืม ฉันให้เธอเขียนจดหมายมาบอกน่ะ ต้าจื้อก็คือแฟนฉัน ชื่อเต็มของเขาคือสวี่ต้าจื้อ เขาชอบบอกแต่เรื่องดี ๆ ไม่ยอมเล่าเรื่องไม่ดีให้ฉันฟัง ฉันก็เลยต้องให้เพื่อนสาวช่วยจับตาดูให้”
เฉิงเหว่ยไฉกับซูเถียนสบตากัน แววตาของทั้งคู่สื่อความหมายเดียวกัน
เจิงเหม่ยลี่คงถูกแฟนหลอกเข้าแล้ว
เฉิงเหว่ยไฉถามต่อ “พี่เหม่ยลี่ เพื่อนสาวที่เขียนจดหมายให้พี่อายุเท่าไรเหรอ พวกพี่สนิทกันมากไหม?”
เจิงเหม่ยลี่ตอบ “เธออยู่บ้านข้าง ๆ บ้านแฟนฉัน อายุน้อยกว่าฉันปีหนึ่ง เป็นคนน่าสงสาร แม่แท้ ๆ เสียตั้งแต่ยังเล็ก พ่อแต่งงานใหม่ แล้วแม่เลี้ยงก็คลอดลูกชายให้พ่ออีกคน ในใจพ่อมีแต่ลูกชาย ตอนนั้นเธอถูกส่งไปชนบทก็เพราะแม่เลี้ยงอยากจับเธอแต่งงานกับผู้ชายแก่ที่เคยแต่งงานมาแล้ว เธอเลยจำใจหนีไปชนบท ต้าจื้อเป็นคนใจดี คอยดูแลเธอเหมือนน้องสาว ฉันกับเธอเลยค่อย ๆ สนิทกันขึ้น เมื่อก่อนก็ไม่ได้สนิทกันนัก หลังจากไปชนบทถึงได้ติดต่อกันบ่อยขึ้น”
เฉิงเหว่ยไฉขมวดคิ้ว “พี่เหม่ยลี่ ไม่เคยคิดในแง่อื่นบ้างเลยเหรอ?”
“คิดเรื่องอะไร?” เจิงเหม่ยลี่ชะงักไปเล็กน้อย
เฉิงเหว่ยไฉลังเลครู่หนึ่ง ก่อนจะพูดออกมา “พี่รู้แม้กระทั่งเรื่องที่แฟนพี่เจอตอนเพิ่งลงชนบท คงช่วยเหลือเขามาตั้งแต่ตอนนั้น ทั้งส่งเงินทั้งส่งของไปให้ใช่ไหม?”
เจิงเหม่ยลี่พยักหน้า
เฉิงเหว่ยไฉกระแอม “พี่เหม่ยลี่ ผมขอพูดไว้ก่อนนะว่าผมไม่ได้มีเจตนาอื่น แค่อยากพูดตรง ๆ กับพี่ในฐานะผู้ชายคนหนึ่ง ไม่รู้ว่าพี่จะยอมฟังไหม”
เจิงเหม่ยลี่เชิดคางขึ้นเล็กน้อย “มีอะไรก็พูดมาตรง ๆ”
เฉิงเหว่ยไฉพยักหน้า “ได้ งั้นผมพูดตรง ๆ เลยนะ ถ้าผมมีแฟนและรักเธอจริง ผมอาจยอมรับความช่วยเหลือจากเธอสักครั้งสองครั้ง แต่ไม่มีทางปล่อยให้เธอคอยเลี้ยงดูผมไปเรื่อย ๆ หรอก เพราะผมคงสงสารเธอ
