บทที่ 27 สหาย จะซื้อไก่ไหม?
ลู่เจิ้งกั๋วหรี่ตาลงเล็กน้อย มองซูเถียน
“เซ็นอะไร?”
ซูเถียนหันไปมองเขา ค่อย ๆ คำนวณทีละรายการ “เงินเดือนของลู่เฉินตลอด 5 ปีที่ผ่านมาอยู่ที่ 860 หยวน บวกกับงานของแม่สามีที่มีมูลค่า 500 หยวน แล้วยังมีเงินแต่งงาน 500 หยวนที่พ่อรับปากไว้ รวมเป็น 1,860 หยวน ก่อนหน้านี้คุณป้าเซี่ยเอาเงินมาให้ 50 หยวน ยังเหลืออีก 1,810 หยวนค่ะ พ่อ ฉันอยากรบกวนให้พ่อเซ็นหนังสือรับสภาพหนี้ให้หน่อย”
แววผิดหวังวูบผ่านใจลู่เจิ้งกั๋ว แต่ตอนนี้เขาก็ยอมรับได้ อย่างไรเสียก็เป็นพ่อแท้ ๆ เขากล้าเขียนหนังสือรับสภาพหนี้ แล้วลู่เฉินจะกล้าทวงหรือ!
“ได้ เดี๋ยวพ่อไปเอากระดาษมาเขียนให้”
ซูเถียนเอ่ยขึ้นอีกครั้ง “เดี๋ยวก่อนค่ะพ่อ ฉันให้พ่อเซ็นรับสภาพหนี้ ไม่ได้ให้พ่อเขียน ลู่เฉิน คุณออกไปเรียกน้องรองกับน้องสามเข้ามาหน่อย”
หัวใจลู่เจิ้งกั๋วกระตุกวูบ
“สะใภ้ใหญ่ เรียกพวกเขามาทำไม?”
ซูเถียนยิ้ม “พ่อเป็นผู้อาวุโสของพวกเรา ทั้งยังเป็นพ่อแท้ ๆ ของลู่เฉิน จะให้พ่อแท้ ๆ เขียนหนังสือรับสภาพหนี้ให้ลูกได้อย่างไร แบบนั้นไม่เท่ากับอกตัญญูหรือคะ ลูกสะใภ้ไม่ได้โง่เสียหน่อย จะปล่อยให้ลู่เฉินต้องแบกรับข้อครหานี้ได้อย่างไร”
“แล้วจะเอายังไง?”
“เพราะอย่างนั้น หนังสือรับสภาพหนี้ก็ต้องให้น้องรองกับน้องสามเขียนสิคะพ่อ ไม่ว่าจะเป็นเงินเดือนของลู่เฉินหรือสิทธิ์ในงานของแม่สามี ถึงพ่อจะเป็นคนเอาไป แต่คนที่ได้ประโยชน์จริง ๆ กลับเป็นน้องรองกับน้องสาม ฉันพูดไม่ผิดใช่ไหมคะ? เงินก้อนนี้ฉันต้องเอาคืน ส่วนลู่เฉินก็ไม่ควรต้องแบกรับชื่อเสียงว่าอกตัญญู เพราะอย่างนั้นหนังสือรับสภาพหนี้ก็ต้องให้น้องรองกับน้องสามเขียนค่ะ อ้อ…”
ซูเถียนเรียกลู่เฉินอีกครั้ง “ลู่เฉิน คุณออกไปเรียกคุณปู่สวี่ที่ลานหน้ามาด้วยนะคะ ท่านเป็นผู้ดูแลเรือนรวม ต้องให้ท่านเซ็นเป็นพยานในหนังสือรับสภาพหนี้ด้วย จะได้ไม่ต้องรออีกสองสามวันแล้วพ่อกลับมาบอกว่าฉันแต่งเรื่องขึ้นเอง”
ลู่เจิ้งกั๋วโกรธจนหน้าแดงก่ำอีกครั้ง เขายกมือชี้ซูเถียน “เธอ… เธอ…” พูดอยู่ตั้งนานก็พูดไม่ออก
