ซูเถียนกำลังคิดว่าใครกันที่มั่วสุมเรื่องชายหญิงอยู่ตรงนี้ จู่ ๆ เสียงของหวังเฉิงอวิ้นก็ดังขึ้นจากด้านหลัง
“เสี่ยวซู?”
ซูเถียนหันกลับไป
หวังเฉิงอวิ้นเห็นว่าไม่ได้จำคนผิด จึงถามว่า “คุณมาทำอะไรที่นี่?”
ซูเถียนยังไม่รีบตอบ แต่หันไปมองตรงที่มีเสียงดังขึ้นเมื่อครู่ และก็เป็นอย่างที่คิด ตรงนั้นไม่มีใครอยู่แล้ว
“คุณมองอะไรอยู่?” หวังเฉิงอวิ้นถามอีกครั้ง
ซูเถียนส่ายหน้า “ไม่มีอะไรค่ะ เมื่อกี้เหมือนได้ยินเสียงแมวร้อง สงสัยฉันจะฟังผิดไป”
หวังเฉิงอวิ้นขมวดคิ้ว “เวลาทำงานก็ต้องเอางานเป็นหลัก ตอนนี้อยู่ในเวลางาน ไม่ทำงานให้ดีแต่กลับเดินเตร่ไปทั่วโรงงาน แบบนี้มันใช่เรื่องหรือ? อย่าให้มีครั้งหน้าอีก เข้าใจไหม?”
ซูเถียนพยักหน้ารับอย่างว่าง่าย
“เข้าใจแล้วค่ะ รองหัวหน้าแผนกหวัง”
หวังเฉิงอวิ้นแค่นเสียงเย็นชา ก่อนหมุนตัวเดินจากไป
ซูเถียนไม่ได้ใส่ใจท่าทีของเขาเลย นับตั้งแต่ครั้งก่อนที่เธอปฏิเสธเขาเรื่องช่วยเขียนบทความ หวังเฉิงอวิ้นก็หาเรื่องเหน็บแนมเธอทุกครั้งที่เจอกัน เธอชินเสียแล้ว
หลังจากนำเอกสารไปส่งที่กรมการเมือง เธอก็นึกขึ้นได้ว่าเมื่อสองสามวันก่อน ตอนมาสัมภาษณ์ที่โรงงาน เธอทำสมุดบันทึกหล่นไว้ที่นี่ จึงตั้งใจจะแวะมาเอากลับไป
แต่กลับเห็นกวนจือจืออยู่ในโรงงาน
ข้างกายกวนจือจือยังมีหญิงสาวอีกคนหนึ่ง อายุคงเพิ่งยี่สิบต้น ๆ กำลังร้องไห้อย่างเสียใจ กวนจือจือกำลังปลอบเธออยู่
