ภายในสำนักงานเงียบลงชั่วขณะ
สุดท้าย คนที่เอ่ยถามก่อนกลับเป็นเซี่ยเชี่ยนซึ่งยังไม่รู้อะไรเลย “พี่เหม่ยลี่จะแต่งงานแล้วเหรอ? กับใครล่ะ? ฉันไม่เห็นได้ยินเลยว่าพี่คบใครอยู่”
เจิงเหม่ยลี่ยิ้มบาง ๆ ทว่าแววตากลับเต็มไปด้วยความเศร้า
“เจี่ยฉุย คนจากแผนกสิบสองไง คนที่เคยช่วยฉันไว้ตอนสัมภาษณ์นั่นแหละ”
ซูเถียนคิดในใจว่า เป็นอย่างที่คิดไว้จริง ๆ
เดิมทีข่าวรายงานเรื่องเจี่ยฉุยช่วยคนคราวก่อนเป็นงานที่มอบหมายให้เธอรับผิดชอบ แต่วันนั้นเธอบังเอิญได้รับงานแปลจากฝ่ายเทคนิคพอดี หลิวเซียงหลงจึงช่วยจัดการ โดยเปลี่ยนให้เจิงเหม่ยลี่เป็นคนรับผิดชอบข่าวช่วยคนแทน
เพราะข่าวรายงานวีรกรรมครั้งนั้น เจี่ยฉุยจึงได้รับเลือกเป็นพนักงานดีเด่นประจำปีนี้ด้วย
ทุกคนพอได้ยินก็พากันแสดงความยินดีกับเจิงเหม่ยลี่
ตอนเที่ยง เจิงเหม่ยลี่ชวนซูเถียนไปกินข้าวด้วยกัน
ตอนเพิ่งนั่งลง ซูเถียนเห็นเจี่ยฉุยกำลังจะเดินมาทางนี้ เจิงเหม่ยลี่จึงตะโกนบอกเขาจากระยะไกลทันที
“ตอนเที่ยงกินเองไปก่อนนะ ฉันมีเรื่องจะคุยกับเสี่ยวเถียนนิดหน่อย”
เจี่ยฉุยยิ้มพลางพยักหน้า “ได้ งั้นคุยกันไปเถอะ กินเสร็จแล้วเอาปิ่นโตวางไว้ตรงนั้นก็พอ เดี๋ยวฉันมาล้างให้”
“ได้ รู้แล้ว”
ซูเถียนสัมผัสได้ว่าตอนเจิงเหม่ยลี่คุยกับเจี่ยฉุย เธอไม่ได้มีอารมณ์ร่วมอะไร น้ำเสียงราบเรียบ แววตากับสีหน้ายังดูต่อต้านอยู่เล็กน้อยด้วย
วันนี้ซูเถียนเอามันฝรั่งผัดพริก ไข่เจียวพริก และผักกาดขาวดองเผ็ดมาด้วยสองสามชิ้น กลิ่นหอมชวนกินมาก
กินไปได้สองคำ เจิงเหม่ยลี่ก็เอ่ยขึ้น
“เสี่ยวเถียน เรื่องสวี่ต้าจื้อ พวกเธอเดากันออกตั้งนานแล้วใช่ไหม?”
