กวนจือจือสุดท้ายก็ยังถามชื่อผู้ชายคนนั้นจากปากกวนอิงอิงไม่ได้ โกรธจนปวดท้องไปหมด แต่กวนอิงอิงก็ไม่ยอมเล่าให้ฟัง
กวนอิงอิงจะไม่รู้ได้ยังไงว่าพี่สาวของตัวเองเป็นคนแบบไหน?
ถ้าปล่อยให้พี่สาวรู้ว่าอีกฝ่ายเป็นใครเข้า คงได้ทำให้คนทั้งโรงงานรู้เรื่องนี้กันหมด ถึงตอนนั้นเธอยังจะทำงานในโรงงานต่อได้หรือเปล่าล่ะ?
ซูเถียนคิดว่าตัวเองออกไปเดินเล่นข้างนอกสักรอบ พอกลับมา หัวข้อสนทนาของเซี่ยเชี่ยนกับเจิงเหม่ยลี่ก็น่าจะจบไปแล้ว
แต่ไม่คิดเลยว่า พอกลับถึงห้องทำงาน ทั้งคู่ยังคุยกันอยู่
เธอกำลังจะก้าวเข้าไปในห้องทำงานพอดี ส่วนจิ่งหมิงก็กำลังจะเดินออกมา ทั้งสองจึงชนกันเข้าอย่างจัง
ซูเถียนไม่คิดว่าจะมีคนเดินออกมา จึงไม่ได้ระวังตัว อีกทั้งตอนจิ่งหมิงออกมาก็ค่อนข้างรีบร้อน แรงปะทะเลยมากไปหน่อย ซูเถียนจึงล้มลงกับพื้น
“อ๊ะ!”
ซูเถียนยกมือยันพื้นโดยสัญชาตญาณ ฝ่ามือแสบร้อนจนเจ็บจี๊ด
พอยกมือขึ้น ก็เห็นเลือดซึมออกมาเป็นหยดเล็ก ๆ เต็มฝ่ามือ
แต่ยังดีที่เป็นฤดูหนาว เสื้อผ้าที่สวมใส่ก็ค่อนข้างหนา นอกจากฝ่ามือถลอกแล้ว ส่วนอื่นจึงไม่ได้เจ็บจากการล้ม
จิ่งหมิงมองเธออย่างเป็นห่วง “ขอโทษนะ ซูเถียน คุณไม่เป็นไรใช่ไหม? ผมไม่ได้ตั้งใจ มือคุณเลือดออกแล้ว ผมพาไปห้องพยาบาลนะ”
เจิงเหม่ยลี่ เซี่ยเชี่ยน เฉิงเหว่ยไฉ และคนอื่น ๆ ในห้องทำงานก็รีบวิ่งเข้ามา
เจิงเหม่ยลี่เป็นคนแรกที่เข้าไปช่วยพยุงซูเถียนขึ้นมา พลางถามด้วยความเป็นห่วง “ไม่ได้แล้ว เสี่ยวเถียน มือถลอกตั้งขนาดนี้ ต้องไปทำแผลที่ห้องพยาบาลนะ จิ่งหมิง คุณก็เหมือนกัน จะออกมาก็ออกมาเถอะ วิ่งเร็วขนาดนั้นทำไม? ยังดีที่เป็นฤดูหนาว ถ้าเป็นฤดูร้อน ก้นกับหัวเข่าคงได้ช้ำไปด้วย”
