“พี่ซูหมิ่น พูดอะไรแบบนั้นคะ ถุงมือของพี่ ฉันเต็มใจเอามาแลกเองนะคะ ฉันก็แลกกับหลินซิ่วซิ่วเหมือนกัน ส่วนหวังฟางจงใจพูดให้คนในหน่วยได้ยิน ไม่ก็อยากหาเรื่องฉัน ไม่ก็หวังใช้คนอื่นมากดดันให้ฉันเอาถุงมือไปให้เธอ”
“อย่าไปฟังเธอเลย ไม่มีอะไรหรอก ทุกคนมีเหตุผลกันทั้งนั้น ฉันบอกว่าไม่มีแล้ว เดี๋ยวเรื่องก็จบเอง” ล้อเล่นน่า ซูชิงหว่านตั้งใจให้ทุกคนในบ้านพักปัญญาชนเยาวชนได้เห็นด้านมืดของหวังฟาง ไม่อย่างนั้นต่อไปไม่รู้จะเอาเธอไปนินทาว่าร้ายอีกแบบไหน
หลักของเธอคือ ใครไม่หาเรื่องฉัน ฉันก็ไม่หาเรื่องใคร แต่ถ้าใครกล้าหาเรื่องฉัน ฉันจะฆ่า...เอ่อ ไม่สิ ฉันจะเอาคืนให้สาสม
พวกเธอกลับถึงลานบ้าน ก็ได้ยินหลี่เสวี่ยถิงเปิดฉากอีกครั้ง “ปัญญาชนซู เพิ่งมาได้สองวันก็มีผู้ชายมาช่วยทำงานให้แล้ว ไม่ธรรมดาเลยนะ แถมยังเดินกับผู้ชายอีก ฉันว่าเธอควรสำรวมหน่อย อย่าทำให้บ้านพักปัญญาชนเยาวชนของเราต้องขายหน้า”
“คนจิตใจสกปรกมองอะไรก็สกปรกไปหมด เรื่องของฉันไม่ต้องให้ปัญญาชนหลี่ที่เอาแต่ตามตื๊อผู้ชายมาคอยเป็นห่วงหรอก อ้อ วันนี้เธอไปขอให้ผู้ชายช่วยเกี่ยวข้าว แต่เขาปฏิเสธไม่ใช่เหรอ น่าสงสารจริง ๆ!”
“ฉัน ซูชิงหว่าน ทำอะไรก็ตรงไปตรงมา ลู่ช่วยฉัน ฉันก็ช่วยเขากลับ ไม่เหมือนเธอที่คิดแต่จะเอาเปรียบ อีกอย่าง แค่บังเอิญเจอคนรู้จักระหว่างทาง แล้วทักทายกันสองสามคำ เธอกลับหาว่าฉันไม่สำรวม งั้นฉันขอถามหน่อยนะ ปัญญาชนหลี่ เธอควรกลับไปทบทวนตัวเองให้ดีหรือเปล่า? ฉันเป็นคนใจแคบ ถ้าเธอยังมาหาเรื่องฉันอีก ฉันก็ไม่เกรงใจเหมือนกัน อยู่ที่ว่าเธอจะรับไหวไหม” พูดจบ เธอก็มองหลี่เสวี่ยถิงด้วยแววตาคมกริบ