เจียงซุ่ยไปหาฝ่ายนิติบุคคล แต่กลับถูกปฏิเสธการให้บริการด้วยเหตุผลว่าเธอไม่ใช่เจ้าของห้อง แถมยังไม่ยอมให้เธอเข้ากลุ่มแชตด้วย
เธอโต้แย้งอย่างมีเหตุผลอยู่นาน แต่อีกฝ่ายก็ไม่ยอมอ่อนข้อให้ สุดท้ายป้าคนหนึ่งที่อายุมากกว่าก็แอบกระซิบบอกเจียงซุ่ยว่า หลังการปิดกั้นพื้นที่ ฝ่ายนิติบุคคลต่างแบกรับแรงกดดันมหาศาล
ในบรรดาเจ้าของห้องย่อมมีพวกชอบหาเรื่อง พวกเขาต้องรับผิดชอบเรื่องเสบียง จัดการเรื่องด่วนสารพัดของเจ้าของห้อง แถมยังต้องถูกคนไร้เหตุผลตามรังควาน แต่ละคนแทบจะประสาทเสียกันทุกวัน
พวกเขาจึงไม่มีทางดูแลผู้เช่าอย่างเธอได้ ป้าคนนั้นมีสีหน้าอิดโรย ขอให้เจียงซุ่ยเข้าใจหน่อย แล้วแนะนำให้เธอไปหาเพื่อนบ้าน ให้เพื่อนบ้านช่วยพาเข้ากลุ่มซื้อเสบียง จากนั้นค่อยไปรับของที่หน้าหมู่บ้านพร้อมเจ้าของห้องคนอื่น ๆ
สุดท้ายเจียงซุ่ยก็ทำตามที่ป้าแนะนำ ไปเคาะประตูเพื่อนบ้านที่อยู่ชั้นเดียวกัน
เพื่อนบ้านอยู่ห้องฝั่งตรงข้ามเยื้อง ๆ เป็นห้องขนาดใหญ่ มีสมาชิกในครอบครัวหกคน คนที่ออกมาเปิดประตูคือเจ้าของบ้านฝ่ายหญิง ชื่อสาวหลิน ดูเป็นคนใจดีและเป็นมิตรมาก เธอรีบเพิ่มเจียงซุ่ยเป็นเพื่อน แล้วค่อย ๆ ดึงเธอเข้ากลุ่มซื้อเสบียงทีละกลุ่ม
เธอยังบอกเจียงซุ่ยด้วยว่าของในกลุ่มไหนราคาถูกกว่า แต่มีจำนวนไม่มาก ต้องอดนอนรอแย่งสั่งซื้อกันตั้งแต่เที่ยงคืน
เจียงซุ่ยจดทุกอย่างไว้ทีละข้อ แล้วกล่าวขอบคุณ
ก่อนจากไป เธอเห็นเด็กหญิงตัวกลมป้อมอายุราวสี่ห้าขวบ โผล่หัวออกมามองเธออย่างสงสัย
เจียงซุ่ยสบตากับเด็กหญิง เด็กหญิงก็ฉีกยิ้มกว้างทันที ก่อนจะหดหัวกลับไปอย่างเขินอาย
น่ารักจริง ๆ
เจียงซุ่ยรู้สึกเหมือนได้รับการเยียวยาจิตใจ อารมณ์ดีขึ้นมานิดหน่อย
เธอกลับมาถึงห้องเช่า พอเปิดประตูก็สบเข้ากับสายตาของเซี่ยยั่นหาน
