เช้าวันรุ่งขึ้น เจียงซุ่ยลืมตาตื่นก็หยิบโทรศัพท์ขึ้นมา เปิดดูข้อความในกลุ่มเสบียงทันที พอเห็นว่าใกล้ถึงเวลาแล้ว เธอก็พลิกตัวลุกขึ้นอย่างรวดเร็ว เตรียมลงไปรอก่อนเวลา
ยังเช้าอยู่มาก เธอมองไปทางห้องนอน เห็นว่าไม่มีความเคลื่อนไหว จึงคิดว่าเซี่ยยั่นหานยังนอนอยู่ เลยไม่ได้เคาะประตูรบกวน สวมรองเท้าแล้วรีบออกจากบ้านไป
เธอไม่รู้เลยว่า ทันทีที่ปิดประตูบ้านลง ประตูห้องนอนก็ถูกเซี่ยยั่นหานเปิดออก
คนที่มารอรับเสบียงมีจำนวนมาก ทุกคนเบียดเสียดกันอย่างชุลมุน ต่างรีบคว้าเสบียงของตัวเองไป เพราะมีคนฉวยโอกาสหยิบของมั่วซั่ว ถ้าช้าก็อาจได้ของตัวเองน้อยลง จึงต้องแย่งกัน
เจียงซุ่ยรู้เรื่องนี้ดี โชคดีที่สภาพร่างกายของเธอไม่เหมือนเมื่อก่อนแล้ว ท่ามกลางผู้ชายผู้หญิงร่างกำยำมากมาย เธอก็ยังไม่ถูกเบียดจนล้ม
พอได้ของแล้ว เธอก็เดินออกมาทันที ได้ถุงมาเต็ม ๆ สี่ใบ
คนรอลิฟต์มีไม่น้อย เจียงซุ่ยยืนต่อแถวอยู่ด้านหลัง ได้ยินชาวบ้านข้าง ๆ คุยกัน
“เมื่อคืนพวกคุณได้ยินเสียงไหม มีคนกระโดดตึกตายด้วย!”
“กระโดดตึกอะไรกัน ไม่ได้กระโดดเอง แต่ถูกผลักต่างหาก! อยู่ตึก 4 น่ะ เขาว่าหัวหน้าครอบครัวบ้านนั้นจู่ ๆ ก็คลุ้มคลั่งขึ้นมา จะกินลูกตัวเอง แม่ของเด็กเลยสู้กับเขาเพื่อปกป้องลูก สุดท้ายก็ผลักเขาตกตึกไป”
“ใช่ น่าสงสารจริง ๆ เด็กถูกกัดที่คอ เลือดไหลนองเต็มพื้น...รถพยาบาลก็ไม่ยอมมาสักที สุดท้ายเด็กก็เสียชีวิต แม่ร้องไห้จนได้ยินกันทั้งตึก ท้ายที่สุดเธอก็กระโดดตึกตามไป...เฮ้อ ครอบครัวหนึ่งก็จากไปหมดเลย”
