ควันหนาทึบม้วนตัวอยู่ทั่วบ้าน ยิ่งเข้าใกล้ก็ยิ่งแสบคอ เจียงซุ่ยเริ่มเวียนหัวตาลาย พอมาถึงหน้าประตู เธอก็พลาดลื่นล้ม กลิ้งเข้าไปในห้องนั่งเล่นทันที
ไม่มีเวลาสนใจความเจ็บ ควันหนาทำให้เธอแทบหมดสติ ต้องรีบพาเซี่ยยั่นหานออกไปให้ได้
ในห้องนอนหลักเต็มไปด้วยควันดำ แสงสีส้มจากเปลวไฟส่องลอดออกมาเป็นระยะ คลื่นความร้อนแผ่เข้ามาจนเจียงซุ่ยรู้สึกว่าผิวหนังถูกย่างจนแสบ แม้จะยืนอยู่แค่ในห้องนั่งเล่นก็ตาม
ไม่รู้ว่าเซี่ยยั่นหานจะเจ็บปวดแค่ไหน
จู่ ๆ เจียงซุ่ยก็ได้แต่หวังว่าพลังพิเศษสายรักษาของเซี่ยยั่นหานจะตื่นขึ้นแล้ว ขาทั้งสองข้างของเขาหายดี และออกจากที่นี่ไปก่อนที่ไฟจะลุกไหม้
เธอหวังว่าในห้องนอนหลักจะไม่มีใครอยู่
แต่เมื่อฝ่าควันหนาทึบไปถึงหน้าประตู เธอกลับเห็นเซี่ยยั่นหานนั่งอยู่ท่ามกลางเปลวไฟ ควันดำม้วนตลบ เปลวเพลิงโหมกระพือ ราวกับไฟและควันเหล่านั้นพวยพุ่งออกมาจากด้านหลังเขา
เขาก้มหน้าลงเล็กน้อย ผมหน้าม้าปรกคิ้วบดบังดวงตา มองเห็นเพียงใบหน้าส่วนล่างที่ซีดเซียวผอมซูบ คางเปื้อนคราบเลือดแห้งกรัง เขานิ่งไม่ไหวติง ราวกับสิ้นลมหายใจไปแล้ว
“เซี่ยยั่นหาน!” เจียงซุ่ยร้องเรียก แล้วรีบพุ่งเข้าไปหา
อุณหภูมิในห้องสูงจนน่าตกใจ คิ้วของเจียงซุ่ยถูกความร้อนจนงอเป็นวง คลื่นร้อนกับควันหนาบีบคั้นจนหายใจไม่ออก เธอฝืนทนความเจ็บปวด คว้าแขนของเซี่ยยั่นหานที่ถูกไฟเผาจนร้อนจัด
เธอยังไม่ทันได้เรียกชื่อเขาอีกครั้ง ข้อมือก็ถูกเซี่ยยั่นหานคว้าไว้ฉับพลัน
กระดูกนิ้วซีดขาวเรียวยาวได้สัดส่วนและงดงาม ทว่ากลับมีแรงมหาศาลอย่างผิดธรรมชาติ บีบแขนเธอไว้แน่นราวกับคีมเหล็ก แทบจะบดกระดูกแขนให้แหลก
