“พวกเจ้ารอข้าอยู่รึ?”
เจียงเสี่ยวไป๋กล่าวพลางกวาดตามองรอบๆ ระหว่างเดินยิ้มไปข้างหน้า
เมื่อเดินมาได้ครึ่งทาง เสียงโกรธก็ดังขึ้น “บาก้า! เป็นเจ้านี่เอง!”
ทันทีที่พูดจบ ชิงเถียนก็ลุกขึ้นยืน สายตาจับจ้องเจียงเสี่ยวไป๋ด้วยแววเย็นชา
ฉือเหย่ก็อึ้งไปครู่หนึ่ง เห็นได้ชัดว่าไม่คิดว่าเจียงเสี่ยวไป๋จะปรากฏตัวที่นี่
และดูจากสถานการณ์
ยังเป็นถึงประมุขของที่นี่อีก?
ฉือเหย่ตกใจ รีบดึงชิงเถียนไว้ทันทีพร้อมพูดว่า “ระวังสถานการณ์ด้วย!”
ระหว่างที่ฉือเหย่พูด สายตาของไป๋ฉือซิ่วจวิ้นก็กวาดมองชิงเถียนเช่นกัน
ชิงเถียนมีสีหน้าบูดบึ้ง สุดท้ายก็ส่งเสียงฮึมฮัมระงับความโกรธลง
แต่สายตาที่มองเจียงเสี่ยวไป๋ยังคงเต็มไปด้วยความอาฆาตและจิตสังหาร
ครั้งที่แล้วเขาประมาท
ครั้งนี้หากมีโอกาส เขาจะต้องหั่นเจียงเสี่ยวไป๋เป็นชิ้นๆ ให้ได้
เจียงเสี่ยวไป๋มองปฏิกิริยาของชิงเถียนอย่างไม่ได้รู้สึกแปลกใจอะไร สายตากลับมามองทางข้างหน้าอีกครั้งแล้วเดินต่อ
แต่ทันใดนั้น ผู้อาวุโสที่นั่งประจำตำแหน่งหัวหน้าก็เอ่ยปาก “เจ้าคือประมุขคนใหม่ของสำนักรองประจำปีนี้รึ?”
เจียงเสี่ยวไป๋หยุดเดิน มองผู้อาวุโสคนนั้นแล้วกล่าว “ใช่!”
“สมเป็นประมุขเสียจริง ช่างวางก้ามใหญ่ยิ่งนัก!”
ผู้อาวุโสมองเจียงเสี่ยวไป๋ น้ำเสียงเย็นชา “พวกเรารอเจ้าที่นี่กว่าสองชั่วโมง ข้าต้องการคำอธิบาย!”
ทันทีที่ผู้อาวุโสพูดจบ ผู้คนจากตระกูลซุนและตระกูลเซี่ยงต่างมองเจียงเสี่ยวไป๋ด้วยสีหน้าระรื่นยินดีในเคราะห์ร้าย
ส่วนตระกูลจั้วและตระกูลไป๋ฉือ เพียงแค่มองดูเหตุการณ์ทั้งหมดอย่างเรียบเฉย
