ภาพงูบินพันแขนเจียงเสี่ยวไป๋ด้วยท่าทีเชื่อง ทำให้ทุกคนที่อยู่ตรงนั้นตะลึงไปตาม ๆ กัน
เจ้าของร้านขยี้ตา สีหน้าเต็มไปด้วยความไม่อยากเชื่อ
เป็นไปได้ยังไง?
พองูบินลงมาแล้ว ทำไมมันถึงได้เชื่องขนาดนี้?
อิ่นตงไหลและโหลวหยางเองก็ประหลาดใจไม่น้อย
ส่วนหย่วนอวิ๋นเองก็มีสีหน้าเหลือเชื่อเช่นกัน
เฉาเฟิงตอนนี้เอามือเกาไปทั่วตัว ระหว่างเกา เขาจ้องเจียงเสี่ยวไป๋ด้วยสายตาเดือดดาล “ไอ้หนู แกแน่มาก อย่าคิดว่ามีผู้อาวุโสอิ่นอยู่ด้วยแล้วฉันจะไม่กล้าทำอะไรแกนะ แกรู้หรือเปล่าว่าฉันเป็น...”
ยังพูดไม่ทันจบ เขาก็ตาพร่า รู้สึกร้อนผ่าวที่ใบหน้า ร่างทั้งร่างกระเด็นลอยออกไป
หลังกระแทกผนังอีกร้านอย่างแรง เจียงเสี่ยวไป๋เดินออกมา สายตามองเฉาเฟิง “ฉันไม่สนใจหรอกว่าแกเป็นใคร ฉันรู้แค่ว่าถ้าแกยังไม่เผ่น ฉันจะตบแกอีก!”
เฮ้อ
ติดนิสัยชอบตบคน แก้ไม่หาย
อะไรต่อมิอะไร ไม่จำเป็นต้องพูดมาก ตบมันสักทีก็จบ
ก่อนอื่นต้องบอกว่าเขามีบัตร
ถึงจะไม่มีบัตร เขาก็ไม่คิดจะเกรงใจอยู่ดี
ระหว่างเขาพูด หย่วนอวิ๋นเอามือปิดปากเล็ก ดวงตาสวยเบิกกว้างด้วยความตกใจ
เจียงเสี่ยวไป๋ดูหน้าตาสะอาดสะอ้าน ไม่คิดเลยว่าจะลงมือตรงไปตรงมาขนาดนี้
นั่นทำให้เกิดความแตกต่าง
ส่งผลกระทบต่อผู้คนอย่างรุนแรงจริง ๆ
จนในแววตาของนางอดไม่ได้ที่จะมีประกายพิเศษบางอย่างปรากฏขึ้น
“แก...แก...”
เฉาเฟิงได้สติ สัมผัสถึงความแสบร้อนบนใบหน้า “ไอ้หนู ฉันจำแกได้แล้ว!”
พูดจบ เขาก็ลุกขึ้นด้วยความโกรธจัด เกาตัวไปพลางรีบจากไป
การลงมือของเจียงเสี่ยวไป๋พิสูจน์ให้เห็นว่าฝีมือไม่ธรรมดา
