สิบเอ็ดโมงแล้วหรือเนี่ย
เจียงเสี่ยวไป๋วางถ้วยชาในมือลง แล้วดูเวลา
ไม่นึกเลยว่าแค่คุยกับชายชราคนนั้นเพลิน ๆ จะผ่านไปนานขนาดนี้
ชายหนุ่มมองพู่กันนั้นอีกครั้ง ก่อนจะปิดฝากล่อง แล้วดื่มชาต่อ
ชาหิน
ดื่มตอนกลางคืนมีประโยชน์
เหลือตั้งเยอะ ทิ้งก็น่าเสียดาย
ระหว่างนี้ เขาเลิกคิดจะติดต่อเฉิงหยวิ่น
ก็ดึกป่านนี้แล้ว ผู้หญิงคนนั้นคงหลับไปแล้วมั้ง
หลังจากดื่มชาในกาจนหมด เจียงเสี่ยวไป๋เก็บข้าวของนิดหน่อย แล้วเอนตัวลงบนเตียง
สามวันสินะ
พอจัดการเรื่องของสวี่ชุนและฮั่วเฉินให้เรียบร้อยแล้ว เขาก็จะมีเวลาว่างเหลือเฟือ
……
คืนนั้นไม่มีอะไรเกิดขึ้น
วันรุ่งขึ้น เจียงเสี่ยวไป๋ตื่นแต่เช้า
หลังจากอาบน้ำแต่งตัว เขามองออกไปนอกหน้าต่างเพื่อสำรวจเมืองนี้อีกครั้ง
จะเห็นได้ว่ามีสถาปัตยกรรมคลาสสิกอยู่ทั่วทุกหนแห่ง
และเขาก็พบเอกลักษณ์อย่างหนึ่งของที่นี่ ตรงที่อาคารแต่ละหลังจะมีโคมแดง หรือแม้กระทั่งป้ายอักษรแขวนอยู่
บอกได้คำเดียวว่าเป็นสถานที่ที่เปี่ยมไปด้วยบรรยากาศทางวัฒนธรรม
ก๊อก ก๊อก ก๊อก...
เสียงเคาะประตูดังขึ้น
เจียงเสี่ยวไป๋เปิดประตู พบว่าเป็นพนักงานโรงแรมคนหนึ่ง กำลังเข็นรถเข็นขนาดเล็กเข้ามา “สวัสดีครับ นี่คืออาหารเช้าที่เตรียมไว้ให้พวกท่านครับ!”
พูดจบก็เก็บชุดน้ำชาออก แล้ววางอาหารเช้าลงไป
หลังจากทำทุกอย่างเสร็จ พนักงานคนนั้นก็มองไปที่เจียงเสี่ยวไป๋แล้วพูดว่า “คุณท่านครับ เจ้าของโรงแรมสั่งไว้ว่า ระหว่างที่พวกท่านพักที่นี่ อาหารการกินและที่พักฟรีทั้งหมดครับ!”
“งั้นเหรอ?”
