หลินเหยียนนิ่งไปครู่หนึ่ง กว่าจะรู้สึกตัวว่าเป็นสิงอวี้
เธอสั้นกระชับ ถามว่า:【มีอะไร? 】
ปลายสายตอบกลับไวมาก:【วันนี้ไปดูตัว ไม่ได้กินข้าว แค่ดื่มน้ำ รวม 20 หยวน ไม่เวิร์กก็หารสอง】
20 หยวนยังจะหารสองอีก...
นี่มันเหมือนเอามีดเล็ก ๆ กรีดก้น เปิดหูเปิดตาเสียจริง
สิงอวี้คนนี้นอกจากจะเหลวแหลกแล้ว ยังเป็นพวกขี้งกเหนียวหนึบอีก
หลินเหยียนตัดสินใจโอนเงิน 10 หยวนให้เขาเด็ดขาด
ไม่อยากมีอะไรเกี่ยวข้องกับเขาอีกต่อไป
แต่สิงอวี้กลับไม่รับ แล้วตอบข้อความกลับมาอีก
【ฉันขอเป็นเงินสด พรุ่งนี้เช้าที่เดิม ฉันจะรอเธอที่นั่น】
หลินเหยียนอยากจะขำ
หมอนี่สมองไม่ปกติหรือไง?
พิมพ์รัว ๆ เป็นข้อความยาวเหยียดแล้วรู้สึกไม่เหมาะ ลบออกแล้วพิมพ์ใหม่
【เช้าสายฉันมีธุระ บ่าย ๆ แล้วกัน】
นานทีเดียว เขาถึงส่งข้อความเย็นชาสั้น ๆ มา
【อืม】
เช้าวันต่อมา หลินเหยียนถูกแม่สื่อพาไปดูตัวอีกครั้ง
ตลอดทั้งเช้า เธอได้เจอผู้ชายสามคน
คนแรกเป็นครูสอนคณิตศาสตร์ประจำอำเภอที่ได้บรรจุ
คนที่สองเป็นหมอสูตินรีเวชในตัวเมือง
และอีกคนเป็นพ่อค้าหย่าร้างลูกติด
ไม่ใช่ลุงอ้วนพุงพลุ้ยหน้าทะเล้น ก็พวกผู้ชายขี้เหร่อวดดี
เหมือนผักกุยช่ายในนา รุ่นแล้วรุ่นเล่าไม่เอาไหน
หลินเหยียนคิดว่าทุกอย่างจะจบลงตรงนี้ แต่แม่สื่อกลับลากเธอไปสถานที่นัดดูตัวต่อ
ผู้ชายคนสุดท้ายเป็นน้องชายอายุ 25 ปี ชื่อว่าม่อไข่
เจอหน้าแล้วปากหวาน ยกยอไม่หยุดว่าผิวเธอขาว หน้าตาสวย
แต่เธอก็หาข้ออ้างปฏิเสธไปอย่างนุ่มนวล
เพราะตอนนี้ชีวิตเธอยังลำบาก จะเอาใจที่ไหนไปมีรัก
จัดการรวดเร็วเสร็จแล้ว ม่อไข่กลับใจกว้างมาก พูดกับเธอด้วยรอยยิ้ม
“พี่สาว เป็นแฟนไม่ได้ เป็นเพื่อนก็ยังดี! ”
หลินเหยียนก็ใจกว้าง:“ได้เลย”
“จริงสิ ผมกับเพื่อนจะเข้าไปทำธุระในตัวเมืองเดี๋ยวนี้ ผ่านบ้านคุณพอดี ขึ้นรถเราไปด้วยกันเถอะ ส่งคุณถึงบ้านเลย! ”
“เช่นนั้นก็ขอบคุณ” อากาศหนาวยะเยือก ได้นั่งรถฟรีเธอยินดีมาก
เดินออกไปพร้อมกับม่อไข่ มองเห็นรถอเนกประสงค์สีดำคันหนึ่งจอดข้างทาง
ชายร่างสูงใหญ่คนหนึ่งกำลังยืนพิงรถ สูบบุหรี่ก้มหน้า ชุดดำเนี้ยบทั้งตัวดูลึกลับเยือกเย็น
ท่ามกลางควันบุหรี่ที่ลอยคลุ้ง ใบหน้าดูอ่อนโยนขึ้น ลดความแข็งกร้าว เพิ่มความคมคายนุ่มนวล
ได้ยินเสียง ชายหนุ่มเงยหนังตาขึ้นเล็กน้อย แววตาผ่านม่านควันพุ่งตรงมาอย่างเฉียบคม
จังหวะที่ประสานสายตากับเขา หลินเหยียนก็ชะงัก
ก็ไอ้จอมงกสิงอวี้คนดีนี่เอง
“พี่อวี้ นี่หลินเหยียน คู่ดูตัวของผม” ม่อไข่เดินไปหาสิงอวี้ เอามือพาดบ่า “เราก็ผ่านทางแถวนั้นพอดี ส่งสาวสวยคนนี้กลับบ้านกันเถอะ! ”
สิงอวี้ไม่ตอบ แววตาเหม่อลอยกวาดมองหลินเหยียน
วันนี้เธอยังคงหน้าสด แต่ผิวขาวใสกระจ่าง ดึงดูดสายตายิ่งนัก
เธอสวมเสื้อโค้ทสีนวล ผมรวบครึ่ง มีปอยผมปรกลงมาตรงหน้าผาก ดูสุภาพอ่อนหวาน
ทว่าในดวงตาคู่สวยนั้น ยังคงซ่อนก้อนน้ำแข็งใสแกร่งไว้ ทำให้บุคลิกภาพทั้งหมดแฝงความเยียบเย็นที่เสียดแทงใจคน
“อ้อ” สิงอวี้ค่อย ๆ พ่นควันบุหรี่ออกมา หิ้วคิ้วขึ้น “บังเอิญจัง”
“บังเอิญ”
“เช้านี้เธอมีธุระ ที่แท้... ” สิงอวี้ลากเสียงยาว “ก็ไปดูตัวอีกนี่นา? ”
หลินเหยียนไม่ค่อยประทับใจเขาเท่าไหร่ พูดเรียบ ๆ ว่า:“จนใจ อายุมากแล้ว ทางบ้านเร่ง”
สิงอวี้คาบบุหรี่จ้องเธอเขม็ง ทำท่ากึ่งยิ้มกึ่งหัวเราะ
“พี่อวี้ พวกคุณรู้จักกันหรือ? ” ม่อไข่ได้กลิ่นซุบซิบ
“อืม” สิงอวี้ดับบุหรี่ มือล้วงกระเป๋า ไม่อ้อมค้อม “คู่ดูตัวของฉัน เมื่อวาน”
“ไม่พูดตั้งแต่แรก! ” ม่อไข่ไม่กลัวความวุ่นวาย ตบฉาด “ที่แท้ก็พี่สะใภ้นี่เอง! ”
“...” ฝูงนกย่อมรวมหมู่คนย่อมรวมพวก
สมกับเป็นคนของสิงอวี้ คนหนึ่งก็ไม่เอาไหนกว่าอีกคน
หลินเหยียนไม่มีความคิดที่จะนั่งรถฟรีอีกแล้ว มองไปที่สิงอวี้:“โค้ชสิง ฉันไม่ขึ้นรถแล้ว ฉันมีธุระไปก่อน”
จากนั้น เธอล้วงธนบัตร 10 หยวนยับ ๆ ออกมาจากกระเป๋า วางลงบนฝากระโปรงรถเบา ๆ:“เงินสด 10 หยวน หารค่าดื่ม”
เดินไปได้ไม่กี่ก้าว หลินเหยียนก็วกกลับมาอีก หยิบธนบัตร 10 หยวนอีกใบมาวาง เม้มปากยิ้มจาง ๆ ให้สิงอวี้
“ถือว่าฉันเลี้ยงนายแล้วกัน”
สิงอวี้กวาดตามองเงิน 20 หยวนบนฝากระโปรง แล้วมองแผ่นหลังหลินเหยียนไกลออกไป
มุมปากอันเยียบเย็นโค้งขึ้นเล็กน้อยจนแทบจับไม่เห็น
“พี่อวี้ ไม่ปกติแล้ว! ” ม่อไข่ตีสีหน้าเจ้าเล่ห์ใช้ศอกกระแทกแขนเขา “นิสัยอย่างนายยังไงก็ไม่มีวันไปดูตัว! บอกมา นี่หลินเหยียนเป็นใครกันแน่? ”
สิงอวี้หยิบเงิน 20 หยวนบนฝากระโปรงขึ้นมาดูแล้วดูอีก แววตาลึกซึ้งมาก:“นายไม่เข้าใจ”
ม่อไข่ก็ไม่เข้าใจจริง ๆ:“ไม่ใช่พี่อวี้ ว่าแต่นายเป็นคนใจกว้างนะปกติ! นี่แค่ 10 กว่า 20 หยวน ยังจะอายให้ผู้หญิงคืนได้? นายคิดอะไรอยู่กันแน่? ”
สิงอวี้เงยหน้าขึ้น สายตาเลื่อนไปทางที่หลินเหยียนเดินจากไปอีกครั้ง
“จีบสาว”
......
ดูตัวล้มเหลว ย่อมต้องถูกอานชุนฟางเล่นงาน
ดังนั้นหลินเหยียนจึงตัดสินใจย้ายออกเอง
เมื่อเธอบอกความคิดนี้กับอานชุนฟาง หน้าของอานชุนฟางก็เปลี่ยนจากมืดเป็นสว่างในที่สุด
“เหยียนเหยียน! จะย้ายก็ย้ายไปในตัวเมือง ใครๆในอำเภอนี่ปากหมา! ถ้าแกย้ายไปอยู่แถว ๆ นี้ เพื่อนบ้านได้นินทาว่านินทาน้าสะใภ้กับลุงแกแน่! ”
หลินเหยียนไม่มีแก่ใจจะทะเลาะด้วย จึงตอบตกลง
วันรุ่งขึ้น เธอใส่เสื้อกันหนาวยาวแล้วออกเดินทางไปหาเช่าบ้านในตัวเมือง
วันนี้มีตลาดนัดในอำเภอ ถึงป้ายรถเมล์ก็แน่นขนัดไปด้วยผู้คน
ขนาดนี้ แย่งกันยิ่งกว่าในเมืองชั่วโมงเร่งด่วนเสียอีก
ชาวบ้านแบกตะกร้าซื้อของปีใหม่ มือหนึ่งหิ้วเป็ดเป็นไก่เป็น หลินเหยียนมือเปล่าเบียดอยู่ท่ามกลางพวกเขาช่างแปลกแยก
ตอนนั้นเอง รถเมล์มาแล้ว จอดนิ่งสนิท แถวที่เคยเข้าคิวก็กรูกันขึ้นรถ หลินเหยียนทำตามสัญชาตญาณวิ่งตามป้าลุงไปข้างหน้า
เท้าเพิ่งเหยียบประตูรถ เสื้อกันหนาวกลับถูกป้าข้างหลังกระชากไว้ ถูกลากลงมาจากรถอย่างแรง
แล้วเท้าก็พลาด ศูนย์เสียการทรงตัว ตัวเอนหงายล้มไปข้างหลัง
ชั่วพริบตา เสียงร้องที่ยังไม่ทันหลุดจากปากก็ถูกแขนที่โอบรัดเอวเธอไว้กลืนหายไป
ร่างถูกใครบางคนรับไว้ แผ่นหลังแนบชิดอกกว้างแข็งแรง
ลมหายใจอุ่นร้อนเป่ารดใบหู:“ระวังนะครับ คุณหลิน”
หลินเหยียนสะดุ้งสุดตัว รีบยืนให้มั่นหมุนตัว หันไปพบกับแววตาล้ำลึกของสิงอวี้
วันนี้เขายังคงใส่ชุดดำเหมือนเดิม ใส่เสื้อผ้าชุดเดิมกับเมื่อวาน
เธอก้าวถอยหลังไปหนึ่งก้าว:“ขอบใจ”
สิงอวี้:“ด้วยความยินดี”
หลินเหยียนไม่สนใจเขาอีก สายตาเหลือบมองรถเมล์ที่เคลื่อนออกไป
แต่กลับไม่ทันสังเกตว่าแววตาของสิงอวี้ตกลงบนปลายนิ้วที่ปริเลือดของเธอนานแล้ว
เขาพิงรถ หยิบบุหรี่ออกมามวนหนึ่ง เปลือกตายาวปรือ กั้นที่จุดไฟจุดบุหรี่:“เข้าเมืองหรือ? ”
หลินเหยียนไม่มองเขา:“อืม”
“ขึ้นรถ” สิงอวี้พ่นควันเป็นวงเอื่อย ๆ จ้องเธอผ่านม่านควันตาไม่กะพริบ:“ฉันไปทางนั้นพอดี”
“ไม่ต้อง ฉันรอรถเมล์รอบหน้า”
สิงอวี้ไม่ได้แสดงสีหน้ามากนัก หนีบบุหรี่เขี่ยขี้บุหรี่:“คุณหลิน งั้นต้องขออภัยด้วย”
หลินเหยียนยังไม่ทันรู้สึกตัว สิงอวี้ก็ก้าวยาว ๆ ตรงมาหาเธอแล้ว รวดเร็วคล่องแคล่วช้อนตัวเธอขึ้นอุ้ม
กลิ่นหอมจาง ๆ จากผลิตภัณฑ์อาบน้ำลอยแตะปลายจมูก เธอทั้งร่างถูกโอบกอดแน่นอยู่ในอ้อมอกของสิงอวี้
หลินเหยียนดิ้นรน เงยหน้ามองแนวกรามเด่นชัดของสิงอวี้:“ปล่อยฉันลง”
สิงอวี้ไม่ตอบ จับเธอยัดใส่ที่นั่งข้างคนขับโดยตรง
ภายในรถสะอาดมาก หน้ารถยังวางตุ๊กตาโดราเอมอนน่ารักตัวหนึ่งไว้
ขัดกับภาพลักษณ์ชายแกร่งของสิงอวี้สุดขั้ว
“โค้ชสิง” หลินเหยียนเริ่มโกรธ กดเสียงต่ำ:“จะทำอะไร? ”
สิงอวี้ล็อกประตูรถ เอียงตัวมองเธอ น้ำเสียงผ่อนคลายตามสบาย:“ดูตัวไม่สมหวัง เป็นเพื่อนกันสักคนได้ไหม? ”
“เปิดประตู ฉันจะลง”
สิงอวี้เหมือนไม่ได้ยิน จับข้อมือเธอมากระตุกเบา ๆ:“มือเจ็บนี่ เพื่อน”
หลินเหยียนเพิ่งรู้สึกตัว ถึงได้เห็นว่านิ้วชี้มือขวาของเธอมีเลือดซึมอยู่
ต้องเป็นตอนเบียดขึ้นรถเมล์เมื่อกี้ โดนหนามไม้ไผ่ในตะกร้าลุงบาดแน่
เธอพยายามดึงมือกลับ แต่แรงน่าตกใจของสิงอวี้กลับรั้งเธอไว้แน่นสนิท
“อยู่นิ่ง ๆ ใส่ยา”
เธอจำยอม มองสิงอวี้หาไอโอดีน สำลีก้าน และพลาสเตอร์ปิดแผลในรถมารักษาแผลให้เธอ
สิงอวี้โน้มตัวก้มหน้า ท่าทางไม่ชำนาญแต่ระมัดระวัง
มือเธอก็ถูกเขาห่อหุ้มไว้เบา ๆ แบบนี้ อุณหภูมิจากฝ่ามือของทั้งคู่ค่อย ๆ หลอมรวมเข้าด้วยกัน ภายในรถอบอวลด้วยกลิ่นอายเคอะเขินคลุมเครือ
หลินเหยียนเผลอตัวมองใบหน้าอันงดงามล้ำเลิศของเขา
เสน่ห์เย้ายวนไร้ขีดจำกัด
ยามดูดีก็มองเพลินใช้ได้
“อย่ามองฉันแบบนั้น” สิงอวี้พลันเงยหน้าขึ้น สบตาประสานกับเธอ:“ฉันขี้งก เดี๋ยวจะมองตอบแทน”