"สิงอวี้" เสียงทุ้มกังวานของชายหนุ่มเอ่ย "สามสิบเอ็ด ปี เป็นโค้ชสอนมวย"
หลินเหยียนในวัยสามสิบแปดไม่เคยคิดเลยว่า สุดท้ายจะต้องมาลงเอยด้วยการกลับมาดูตัวที่บ้านเกิดเล็ก ๆ แห่งนี้
แม่สื่อบอกว่าฝ่ายชายคุณสมบัติดี เป็นคนต่างถิ่น พ่อแม่เสียชีวิต มีคุณยายที่ร่างกายแข็งแรง
มีบ้านสร้างเองสามชั้นในอำเภอ ซื้อบ้านในตัวเมืองผ่อนหมดแล้ว รถยนต์ราคาสองแสนกว่าหยวน
แล้วก็เปิดค่ายมวยในตัวเมือง รายได้น่าพอใจ
ใคร ๆ ต่างเรียกเขาว่าโค้ชสิง
ตอนนี้ โค้ชสิงผู้มีคุณสมบัติดี ตัวสูงใหญ่ นั่งอยู่ตรงหน้าเธอ
เขาสวมเสื้อผ้าสีดำสนิท กลิ่นอายเถื่อน ๆ ราวกับม้าป่า ใบหน้าคมสัน ตัดผมเกรียนเรียบร้อย เป็นอย่างที่คนรุ่นก่อนชอบบอกว่าเป็นหน้าตาผู้ดีมีสง่า
ทว่าหน้าตึงเหมือนรูปปั้นสุสานทหาร แผ่ไอเย็นยะเยือกหนักแน่นจนยากจะเก็บซ่อน
เท่และแข็งกร้าว หล่อแต่หยาบกระด้าง
ดูแล้วไม่น่าเข้าถึงง่าย
หลินเหยียนตอบตามมารยาท "หลินเหยียน ยี่สิบแปด ทำงานด้านการแปล"
สิงอวี้มองผู้หญิงผิวขาวเจิดจ้าตรงหน้า ระหว่างคิ้วแม้จะแฝงรอยยิ้ม แต่ก้นบึ้งของดวงตากลับเยือกเย็นและห่างเหิน
ทั้งใสสะอาด ทั้งเยียบเย็น
ระหว่างประเมิน สายตาจับจ้องไปที่ไฝเล็กเท่าเมล็ดงาข้างหางตาเธอ แววตาสั่นไหวเล็กน้อย...
หลังแนะนำตัวเสร็จ ก็ไม่มีบทสนทนาต่อ
เป็นการดูตัวครั้งแรก หลินเหยียนไม่ถนัดรับมือกับสถานการณ์เช่นนี้ ผนวกกับสิงอวี้เย็นชาเยี่ยงน้ำแข็ง เธอหมดอารมณ์หาเรื่องคุยจริง ๆ
จึงยกแก้วน้ำขึ้นมาจิบเป็นการแก้เก้อ
น้ำหมดแก้ว สิงอวี้ก็ยังนั่งพิงเก้าอี้ไม่ปริปาก ไร้อารมณ์จ้องเธอเหมือนหมีโคอาลา
หลินเหยียนใจคอไม่ดี จึงเอ่ยปากขึ้นอย่างราบเรียบ
"โค้ชสิง ได้ยินว่าคุณสมบัติดี แล้วทำไมยังต้องมาดูตัวอีกล่ะ"
"ผมเลือก"
"..." หลินเหยียนแค่นหัวเราะ "ฉันนึกว่าคุณถูกที่บ้านบังคับมาซะอีก"
"อือ" เสียงต่ำของสิงอวี้ "คุณยายบอกว่า ถ้าผมไม่มา นางคงตายไม่หลับตา"
หลินเหยียนกำลังคิดว่าโค้ชสิงคนนี้พูดจาตรงเผงจริง ๆ จัง ๆ น้ำเสียงเนือย ๆ ของอีกฝ่ายก็ดังเข้าหูต่อ
"ดูตัวอย่าถือสาจริงจัง โชคดีก็ได้รักแท้ โชคร้ายก็ได้ความสนุก ยังไงก็ไม่ได้ ก็ได้ประสบการณ์"
คอรัปชั่น
หลินเหยียนกระตุกยิ้ม "ดูท่าทางโค้ชสิงจะเป็นขาประจำในวงการดูตัวนะคะ!"
"ก็พอควร" สิงงอวี้ยักไหล่ "แค่ดูมาสักร้อยกว่าคนเท่านั้นเอง"
"..." ผู้ชายคนนี้ไร้แก่นสารเหลือเกิน
"โค้ชสิง ฉันว่าเรามีบุคลิกไม่เข้ากัน โดยส่วนตัวฉันชอบคุณผู้ชายจริงจังมั่นคงมากกว่า" เมื่อนึกถึงว่าอยู่ในตำบลเดียวกันต้องพบปะกันบ่อย ๆ หลินเหยียนพยายามให้เกียรติเขามากที่สุด
"ไม่ปิดบังนะคะ ว่าฉันตกงาน ถูกหลอก แล้วก็ติดหนี้ เลยกลับมาเกาะพี่ชายที่บ้านเกิด ฉันไม่คู่ควรกับคุณจริง ๆ หวังให้เจอคนที่คุณโอนนั้นไวไว"
สิงอวี้หลุบเปลือกตาลง เหลือบแสงลึกล้ำในดวงตา
อึ้งไปนาน เขาเอ่ย "ได้"
หลินเหยียนมองเขาหยิบเสื้อนอกแล้วก้าวใหญ่จากไป สายตาตามไปโดยไม่รู้ตัว และผงะเล็กน้อย
เขาโครงร่างสูงใหญ่ ช่วงไหล่กว้าง เอวคอด เล้นกล้ามสวย ดูพละกำลังเหลือล้น
จะว่าในตำบลเล็ก หรือนครใหญ่ ทั้งหุ่นทั้งหน้าตานั้นก็เลิศล้ำ
น่าเสียดายที่บุคลิกไม่ถูกใจ
สุดท้าย เธอบอกปัดแม่สื่อว่า "ไม่ชอบผู้ชายไร้แก่นสาร" จบการดูตัวคราวนี้ไป
ลมเย็นเฉียบของเดือนมกราคม ทำให้ถนนสองข้างตำบลเรียงรายด้วยโคมหลากสีสันบนต้นไม้
บรรยากาศปีใหม่โชยมาแต่ไกล ทั้งคุ้นเคยและแปลกใหม่
เมื่อนึกดูแล้ว ตั้งแต่เข้ามหาวิทยาลัยจนออกมาทำงาน เธอไม่เคยกลับมาเลยถึงแปดปี
ปีนี้คือปีย้อนศรแท้ ๆ
ครึ่งปีแรกบริษัทมีตำแหน่งรองผู้จัดการทั่วไปที่เธอควรได้แน่ ๆ กลับโดนเส้นสายมาแย่งไป ครึ่งปีหลังก็ถูกเพื่อนร่วมงานใส่ร้ายจนงานพลาดโดนไล่ออก
และปลายปี โทรศัพท์สายเดียวก็ถูกหลอกเอาเงินเก็บทั้งหมดไป
ดิ้นรนอยู่ในเมืองใหญ่ตั้งหลายปี สุดท้ายกลับว่างเปล่า
ในที่สุดเธอตัดสินใจกลับบ้านเกิด
หนึ่งคือไม่มีเงินจ่ายค่าเช่าห้อง สองคือผู้ชายที่เธอแอบรักมานานเพิ่งจะหมั้นไปเมื่อสัปดาห์ก่อน
วันแรกที่กลับตำบล เธอก็ถูกน้าน้าอานชุนฟางบังคับให้มาดูตัว
แล้วจึงมีฉากดูตัวน่าอึดอัดเมื่อครู่นั่น
เพิ่งถึงบ้าน ตรงปล่องบันไดก็มีเสียงน้าชายโจวกังกับน้าน้าถกเถียงกันดังลอดมา
เสียงนั้นถึงไม่ดังนัก แต่ในตึกเก่าที่ผนังไม่เก็บเสียง ก็ฟังชัดถ้อยชัดคำ
"เหยียนเหยียนพึ่งกลับมาเธอก็จับมันดูตัว! สิงอวี้นั่นคุณสมบัติดีก็จริง แต่อายุสามสิบแล้วไม่ยอมลงหลักปักฐาน ต้องมีปัญหาสักอย่าง!"
"หลานสาวดีเด่นเธอน่ะ จู่ ๆ ลาอกรกลับมาหมายความว่าไง? ยังบอกอีกว่ายังไม่ไปไหนสักพัก! ตั้งจะมากินอยู่ฟรีในบ้านพวกเราหรอ? ฉันไม่เลี้ยงคนไร้งานทำนะ"
"เหยียนเหยียนตั้งแต่เข้ามหาลัยก็ไม่เคยขอเงินที่บ้านสักแดง! กลับมาทีนี้ยังซื้อเสื้อผ้าของฝากจากในเมืองมากำนัลพวกเรา เธอเป็นน้าก็ใจกว้าง ๆ หน่อยสิ?"
"โจวกัง ที่ฉันยอมให้เธอไปรับมันมาจากสถานเด็กกำพร้าตอนนั้น ยังไม่ใจกว้างอีกหรือ? มันเติบโตมาในบ้านเรากินอยู่ฟรีมาตลอด ก็ต้องตอบแทนสิ! ว่าไปแล้วมันก็อายุใกล้สามสิบเป็นสาวแก่แล้ว ไม่ประสบความสำเร็จ ยังไม่แต่งงาน ยังมีหน้ากลับมาอีก? ไม่กลัวเพื่อนบ้านนินทาหรือ? ฉันขายหน้าไม่ไหวแล้ว"
"แล้วบ้านก็มีแค่สองห้อง เธออย่าลืมนะปีนี้เยว่เยว่กับผัวจะกลับมาเยี่ยมด้วย ถ้ามันไม่ออกไปอยู่เอง ก็ต้องดูตัวสำเร็จย้ายไปอยู่บ้านฝ่ายชาย ที่นี่มันไม่มีที่ให้อยู่หรอก..."
หลินเหยียนที่อยู่นอกประตูนั้นชาค้างไปนานแล้ว
เวลาล่วงเลยมานานปี เธอยังคงเป็นคนนอกที่ไม่มีใครต้อนรับ
รวบรวมใจเข้าไปในบ้าน อานชุนฟางก็ยังบึ้งหน้าคาดโทษ กดดันสั่งสอนเธอ
"แม่สื่อว่าเธอไม่ถูกใจโค้ชสิง? เธอมันมีดีสักแค่ไหนถึงได้เลือกโน่นนี่! ผู้หญิงอายุเลยยี่สิบแปดก็เป็นผักใบเน่า ไม่มีใครเอาแล้ว!"
"เธอนึกว่าไปอยู่ในเมืองไม่กี่ปีจะกลายเป็นสาวงามเมืองจริงหรือ? ฉวยยังมีรูปร่างหน้าตาดีรีบแต่งตัวเสียเถอะ น้าก็หวังดีกับเธอ ว่าไหม ฉันจะให้แม่สื่อหาเพิ่มอีก พรุ่งนี้ดูตัวต่อ!"
"อานชุนฟาง เธอนี่ไม่จบไม่สิ้นใช่ไหม! เหยียนเหยียนเรายอดเยี่ยมจะตาย..."
"น้าชาย" เพื่อให้การทะเลาะที่เกิดจากเธอจบลง หลินเหยียนเสแสร้งยิ้มแทรกขึ้นทั้งที่ใจไม่คิดเช่นนั้น "เหยียนไม่ได้รังเกียจการดูตัวค่ะ ถ้าจะได้เจอเนื้อคู่ก็ดีเหมือนกัน"
กลับถึงห้องปิดประตู ฉีกยิ้มจอมปลอมที่เกร็งค้าง หน้าผากค่อย ๆ ย่น
หัวใจเต้นระรัวราวถูกคลื่นซัดไปทั้งร่าง หน้าผากมีเหงื่อเย็นเยียบซึม
เธอเดินไปหัวเตียง หยิบยาที่ซ่อนใต้หมอนออกมากิน แล้วหมดแรงล้มลงบนเตียง
พักอยู่นาน จึงหยิบมือถือเปิดวีแชท มีคำขอเป็นเพื่อนอยู่
รูปโปรไฟล์เป็นควันดำเส้นหนึ่ง เยือกเย็นชวนขนลุก มองแล้วหลอนประหลาด
หลินเหยียนตอบรับคำขอเป็นเพื่อน และส่งข้อความไป
【เป็นใคร?】
ครึ่งนาทีถัดมา เขาก็ตอบกลับ
【โค้ชสิงผู้ไร้แก่นสาร】