ลี่ซือเฉิงไม่ได้นับอีกแล้วว่าเลือดหยดลงไปกี่หยด
เขาทำได้แค่ห้อยมือลง ปล่อยให้เลือดไหลเรื่อย ๆ สายตาจับจ้องไปที่กระถางดอกไม้ใบนั้น
บาดแผลที่ง่ามมือปริออก น้ำสีแดงเข้มไหลเลียบปลายนิ้วเป็นเส้นบาง ๆ หยดลงมาอย่างไม่ขาดสาย
สีของดินเปลี่ยนจากน้ำตาลเข้มกลายเป็นเกือบดำ
ต้นกล้วยไม้ปีศาจนั่นราวกับถูกเติมพลังบางอย่าง สีเขียวอ่อนเรืองรองแผ่จากโคนต้นขึ้นไปเรื่อย ๆ สว่างขึ้นเรื่อย ๆ เข้มข้นขึ้นเรื่อย ๆ —
ทันใดนั้น อาการวิงเวียนก็ถาโถมเข้ามา
เลือดแค่นี้สำหรับเขาไม่ใช่เรื่องอะไรเลย
แต่อาการวิงเวียนนั้นมาเร็วและรุนแรง ราวกับมีมือที่มองไม่เห็นกระชากเขาอย่างแรง
เขาพยุงตัวบนโต๊ะ หลับตาลงครู่หนึ่ง
พอเปิดตาอีกครั้ง —
บนโต๊ะทำงาน มีคนเพิ่มขึ้นมาหนึ่งคน
นางนอนคว่ำอยู่บนเอกสารของเขา เปลือยเปล่า ขดตัวเป็นก้อนเล็ก ๆ ผมยาวสีเขียวอ่อนสยายออก ปกคลุมใบหน้าเกือบหมด เหลือเพียงหัวไหล่ที่ขาวจนเกือบโปร่งใสและเอวที่บางเฉียบ
ลี่ซือเฉิงขมวดคิ้ว
ยังไม่ทันจะเอามือกลับ จู่ ๆ ปลายนิ้วก็สัมผัสได้ถึงความอุ่น —
นางเงยหน้าขึ้น เลียปลายนิ้วของเขา
ริมฝีปากยังเปื้อนเลือดอยู่ ดวงตาดอกท้อนั้นฉ่ำวาว สีแดงที่หางตาละเลงเป็นปื้น ดุจดอกท้อเดือนสามที่ร่วงหล่นลงในสายฝนฤดูใบไม้ผลิ
“หิวแล้ว”
“……คิดถึงนาย อยากกินเลือดนาย”
ลี่ซือเฉิงจ้องมองนาง ลูกกระเดือกขยับเล็กน้อย
นางถูไถปลายนิ้วที่เปื้อนเลือดของเขาเบา ๆ เหมือนสัตว์น้อยที่หิวโหยกำลังทดสอบขอบเขตของเจ้าของ “……อย่าโยนลงกระถางนะ”
