“อาจารย์ที่ปรึกษาคนนี้พูดเก่งเหมือนกันแฮะ”
เสิ่นม่านเอนหลังพิงเก้าอี้ ไขว่ห้างเผยให้เห็นเรียวขายาวและผิวขาวเนียนเป็นบริเวณกว้าง
เธอเอียงหน้า เหลือบมองเซี่ยเวยที่นั่งตัวตรงอยู่ข้าง ๆ
ตอนนี้เซี่ยเวยวางมือทั้งสองข้างบนโต๊ะ แผ่นหลังเหยียดตรงเป๊ะ สายตาจับจ้องทุกอิริยาบถของอาจารย์ที่ปรึกษาบนแท่นบรรยาย พอได้ยินประเด็นสำคัญก็จดลงสมุดอย่างตั้งใจ ราวกับยังเรียนอยู่ชั้นมัธยมปลาย
เสิ่นม่านละสายตา ก้มลงมองโทรศัพท์แวบหนึ่ง
หน้าคิวคิวยังค้างอยู่ที่คำขอเป็นเพื่อน อีกฝ่ายไม่กดยอมรับและไม่ปฏิเสธ ปล่อยให้ค้างไว้อย่างเงียบ ๆ แบบนั้น
เธอปิดหน้าจอแล้วเปิดขึ้นมาใหม่ ปิดอีกครั้ง จากนั้นก็เงยหน้ามองไปทางหลังห้อง หลิวซวนนั่งอยู่แถวหลัง ก้มหน้าชัดเจนว่ากำลังดูโทรศัพท์
เสิ่นม่านขมวดคิ้ว
จะว่าไม่พอใจก็ไม่เชิง แต่ก็รู้สึกว่ามีอะไรแปลก ๆ ตลอดชีวิตสิบแปดปีที่ผ่านมา นี่เป็นครั้งแรกที่เธอเจอคนวัยเดียวกันอย่างหลิวซวน
ตั้งแต่เด็ก เธอก็ไม่เหมือนเด็กผู้หญิงบ้านอื่น ตอนเด็กบ้านอื่นยังเล่นตุ๊กตาบาร์บีกันอยู่ เธอก็เริ่มส่องกระจกคิดแล้วว่าตัวเองใส่เสื้อผ้าชุดไหนถึงจะดูดี
สมัยประถม ในละแวกบ้านมีกลุ่มเด็กผู้ชายรุ่นพี่ที่ชอบหาเรื่องเด็กผู้หญิงหลายคนในกลุ่มพวกเธอ เด็กผู้หญิงคนอื่นเอาแต่ร้องไห้ แต่เธอไม่ร้อง
เธอกลับบ้านไปหาไม้พลองมาท่อนหนึ่ง วันรุ่งขึ้นก็ไปดักตรงปากตรอก แล้วฟาดใส่หัวโจกในกลุ่มนั้นเต็มแรง ไม้หวดเข้าที่แขนจนเด็กผู้ชายคนนั้นร้องลั่นไปทั้งตรอก นับจากนั้นพวกเด็กผู้ชายเห็นเธอเป็นต้องเดินอ้อม
