เพื่อนนักศึกษายังคงยืนอึ้ง ตั้งแต่หลิวซวนพูดประโยคนั้นว่า “พวกนายมาจากมหาวิทยาลัยไหน” พวกเขาก็อ้าปากค้างไม่หุบอีกเลย
หลี่เหล่ยเป็นคนแรกที่ได้สติ เขาก้าวไปข้างหน้าสองก้าว ตบไหล่หลิวซวนดังป้าบ น้ำเสียงเต็มไปด้วยความตื่นเต้นที่เก็บไว้ไม่อยู่ “อาจารย์หวัง! นายโคตรเจ๋งเลย! ประมวลกฎหมายพวกนั้นนายท่องได้เหมือนของจริงเป๊ะ ฉันเกือบคิดว่านายเป็นอาจารย์มหาวิทยาลัยชิ่งจริง ๆ แล้ว!”
นักศึกษาชายคนหนึ่งที่อยู่ข้าง ๆ พลอยพูดขึ้นมาด้วย “เจ๋งว่ะ! ทำไมฉันถึงนึกไม่ถึงว่าจะแกล้งปลอมตัวเป็นอาจารย์แบบนี้บ้างนะ?”
“พอเลยน่า!”
นักศึกษาชายอีกคนหัวเราะแล้วผลักเขาเบา ๆ “สภาพอย่างนายปลอมเป็นอาจารย์ แวบเดียวเขาก็ดูออกแล้ว!”
“ไง? ดูถูกฉันเหรอ?” นักศึกษาชายคนนั้นยืดอกอย่างไม่ยอมแพ้
“ต่อให้นายเป็นอาจารย์แล้วไง นายก็ไม่รู้จักพวกนักเลงสองคนนั้นอยู่ดี!”
หลายคนหัวเราะกันอยู่พักหนึ่ง แต่ระหว่างที่หัวเราะ สีหน้าของใครบางคนก็ค่อย ๆ เปลี่ยนไป
พวกเขาพลันนึกขึ้นได้เรื่องหนึ่ง
ที่หลิวซวนจัดการเรื่องคืนนี้ได้ ไม่ใช่เพราะ “ปลอมเป็นอาจารย์มหาวิทยาลัยชิ่ง” แต่เป็นเพราะเขารู้จักชายวัยกลางคนสองคนนั้นที่เป็น “นักเลง” ต่างหาก
พอนึกย้อนถึงภาพเมื่อครู่ สีหน้าของชายวัยกลางคนทั้งสองเปลี่ยนจากดุดันเป็นกระอักกระอ่วนทันทีที่เห็นหลิวซวน เปลี่ยนเร็วเกินไป ราวกับหนูเห็นแมว
ก่อนหน้านี้ตอนเซี่ยเวยเสนอให้แจ้งตำรวจ ชายวัยกลางคนทั้งสองยังดูไม่หวั่นเกรงอะไรเลย เพราะอย่างนั้นหลิวซวนคงไม่ได้มีเส้นสายทางตำรวจ
ถ้าไม่ใช่ฝ่ายขาว ก็ต้องเป็นฝ่ายดำสินะ!
หรือว่าหลิวซวนจะเป็นเจ้าพ่อท้องถิ่น?
ยิ่งคิดแบบนั้น สายตาที่ทุกคนมองหลิวซวนก็ยิ่งหลบ ๆ ซ่อน ๆ บางคนถอยหลังไปครึ่งก้าว พอรู้สึกว่าถอยชัดเกินไปก็รีบขยับกลับมาข้างหน้า
