เสียงตวาดนั้นทำให้คนกลุ่มนั้นชะงักไปเล็กน้อย
พวกเขาเมาจนมึน ไม่ทันสังเกตด้วยซ้ำว่าอายุของหลิวซวนไม่เข้ากับตำแหน่งที่อ้าง แค่ถูกน้ำเสียงของเขาข่มจนพูดไม่ออก
ไม่ใช่แค่พวกนั้น แม้แต่เซี่ยเวยกับเพื่อน ๆ ก็ยังมองตาค้าง นักศึกษาชายคนหนึ่งพึมพำเสียงเบาว่า “นั่นหลิวซวนไม่ใช่เหรอ” เพื่อนที่อยู่ข้าง ๆ รีบส่งสายตาปรามทันที
ทั้งบริเวณเงียบไปสองสามวินาที เสิ่นม่านเป็นคนแรกที่ได้สติ “อาจารย์คะ เขาบอกว่าพวกเขามาจากมหาวิทยาลัยชิ่งเตี้ยนค่ะ”
หลิวซวนรับคำต่ออย่างลื่นไหล “มหาวิทยาลัยชิ่งเตี้ยนเหรอ? ฉันเป็นอาจารย์หวังเหล่ยจากคณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยชิ่ง ฉันรู้จักผู้อำนวยการหลี่นะ จะให้โทรหาเขาไหม!”
“ตรงนี้มีกล้องวงจรปิดนะ จะบอกให้ว่าการคุกคามผู้หญิงผิดกฎหมาย ทั้งประมวลกฎหมายอาญาหัวกั๋ว กฎหมายว่าด้วยการลงโทษทางปกครองด้านความสงบเรียบร้อยของหัวกั๋ว ประมวลกฎหมายแพ่งหัวกั๋ว และกฎหมายคุ้มครองสิทธิสตรี พวกนายรู้ไหมว่าทำผิดอะไรลงไป? ยังอยากเรียนที่มหาวิทยาลัยชิ่งเตี้ยนอยู่ไหม?”
นักศึกษาจากมหาวิทยาลัยชิ่งเตี้ยนหลายคนมองหน้ากัน ผู้บริหารของมหาวิทยาลัยมีตั้งมาก พวกเขาไม่รู้ว่าผู้อำนวยการหลี่เป็นใคร แต่พอชื่อกฎหมายยาวเหยียดถูกยกมาใส่หน้า อาการเมาก็หายไปกว่าครึ่ง คนหนึ่งเผลอถอยหลังไปครึ่งก้าว อีกคนหันไปมองชายวัยกลางคนสองคนอย่างขอความช่วยเหลือ
“โห แล้วแกเป็นใคร...”
ชายวัยกลางคนที่ถือมีดก่อนหน้านี้ยืนอยู่ด้านข้าง จึงมองหน้าไม่ชัด เขาก้าวเข้ามาสองก้าว พอเห็นหน้าหลิวซวนก็ชะงักค้าง มือสั่นจนมีดพับเด้งกลับเข้าไป
