จิบชาแดงเข้าไป เจียงเสี่ยวซีก็พยักหน้า รสชาติดีเหมือนกันแฮะ ดีเลย แบบนี้พอจะเดาราคาอาหารมื้อนี้ออกแล้ว
“ที่นี่มีชาเก็บไว้ด้วยเหรอ?”
“เป็นของสะสมส่วนตัวของเจ้าของร้านน่ะ เขายุ่งมากจนไม่มีเวลาดื่ม ฉันก็เลยทำความดีช่วยเขาดื่มให้หมดไง”
จางเฮ่อชีอธิบาย
“งั้นฉันต้องขอบคุณนายจริง ๆ แล้วล่ะ”
ชายวัยกลางคนคนหนึ่งเดินออกมา พูดจาเหน็บแนมตั้งแต่คำแรก
“เจ้ารอง นี่เป็นครั้งแรกเลยนะที่พาสาวสวยขนาดนี้มาร้านอา มีแฟนแล้วเหรอ?”
เจียงเสี่ยวซีเกือบสำลักชา “คุณเข้าใจผิดแล้ว เราเป็นแค่เพื่อนกัน เพิ่งรู้จักกันเอง”
จางเฮ่อชีหยิบกระดาษทิชชูส่งให้ “อาครับ เพิ่งรู้จักกันจริง ๆ เธอติดข้าวผมมื้อหนึ่ง แล้วก็ไม่รู้ว่าที่ไหนอร่อย ผมเลยพามาที่นี่ อาอย่าเอาไปพูดกับแม่ผมเด็ดขาดนะครับ!”
“ไม่ต้องห่วงหรอก”
เจ้าของร้านหันไปหาเจียงเสี่ยวซี “เชฟของเราฝีมือดีมากนะ กินเยอะ ๆ ล่ะ”
“ฉันตั้งตารอเลยค่ะ”
พิสูจน์แล้วว่าจางเฮ่อชีเลือกสถานที่ได้ดีจริง ๆ ไม่ว่าจะเป็นหมูสามชั้นตุ๋นซีอิ๊ว ซุปใส่เนื้อกับหน่อไม้รสเข้มข้น หรือหมูสามเส้นนึ่ง รวมถึงปลาอบควันแบบปังเฉิง ทุกอย่างอร่อยจนหยุดกินไม่ได้
เจียงเสี่ยวซีกินอย่างเอร็ดอร่อย คนเดียวซัดข้าวไปสองชาม แล้วจู่ ๆ ก็นึกถึงปัญหาสำคัญอย่างหนึ่งขึ้นมาได้ “ชั่วโมงที่ฉันออกกำลังกายวันนี้คงไม่เสียเปล่าใช่ไหม?”
จางเฮ่อชีกินอิ่มนานแล้ว แต่เห็นเจียงเสี่ยวซีกินอย่างเพลิดเพลิน เขาก็ยังไม่วางตะเกียบ
“เพิ่งมาคิดได้ตอนนี้เหรอ?”
