เสิ่นเยว่เติบโตที่หางโจวมาตั้งแต่เด็ก แถมครอบครัวก็เป็นพ่อบ้านมาถึงสามรุ่น เธอจึงรู้เรื่องพวกนี้เป็นอย่างดี
พอได้ยินว่าเจียงเสี่ยวซีจะซื้อเครื่องประดับ อีกสองคนก็สนใจขึ้นมาเหมือนกัน เลยคิดจะตามไปดูด้วยกัน แล้วค่อยกลับมารับชุดฮั่นฝูที่แก้เสร็จก็ได้
ระหว่างทาง เสิ่นเยว่เล่าคร่าว ๆ ให้ทั้งสามคนฟังถึงความเป็นมาของร้านนี้
“ที่หางโจวมีช่างฝีมือเก่าแก่คนหนึ่ง ฝีมือประณีตมาก วิชาทองคำโบราณทั้งแปดแขนงเขาก็ทำได้ โดยเฉพาะงานลงยา งานถักเส้นทอง งานสานเส้นทอง และงานลงสีเคลือบ”
“เศรษฐีหลายคนสั่งทำเครื่องประดับที่ร้านนั้นไว้เป็นสินเดิมให้ลูกสาว”
“ที่น่าสนใจก็คือ ลูกชายคนเดียวของคุณตาเรียนงานฝีมือกับเขามาตั้งแต่เด็ก แต่พรสวรรค์มีจำกัด ตามคำพูดของคุณตา อย่างมากก็เป็นได้แค่ช่างฝีมือ ไม่มีทางเป็นปรมาจารย์”
“แต่ลูกสะใภ้ของเขาน่ะมีพรสวรรค์สุด ๆ ตามคำพูดของคุณตาก็คือ ปรมาจารย์บรรพกาลตามป้อนข้าวให้เลย คุณตาถึงกับรับลูกสะใภ้เป็นศิษย์ปิดสำนัก คอยสั่งสอนอย่างใกล้ชิด ใช้เวลาไม่กี่ปีก็สำเร็จวิชา แถมยังได้รางวัลเทียนกงมาถึงสองครั้ง”
“ว้าว!”
ทั้งสามคนอุทานด้วยความทึ่ง สีหน้าตกใจเหมือนกันเป๊ะ เสิ่นเยว่พลันรู้สึกภูมิใจอย่างประหลาดขึ้นมาในใจ
ใครจะคิดว่าไม่นานทั้งสามคนกลับถามพร้อมกันว่า “รางวัลเทียนกงคืออะไรเหรอ?”
เสิ่นเยว่: 彡(-_-;)彡
เธอทั้งหัวเราะทั้งร้องไห้ “ไม่รู้แล้วจะทำท่าตกใจกันทำไม?”
เจียงเสี่ยวซี: “รางวัลที่เธอชมขนาดนี้ ต้องสุดยอดมากแน่ ๆ”
