เสิ่นเยว่แสดงความเป็นมืออาชีพออกมาทันที เดินไปหยุดข้างหญิงวัยกลางคนที่กำลังปักผ้าอยู่ แล้วถามอย่างสุภาพว่า “สวัสดีค่ะ ขอถามหน่อยว่าชุดฮั่นฝูพวกนี้ลองใส่ได้ไหมคะ?”
“ลองใส่ได้ค่ะ แต่ถ่ายรูปไม่ได้นะคะ” หญิงคนนั้นตอบด้วยน้ำเสียงนุ่มนวล ฟังแล้วสบายหูมาก
“ได้ค่ะ”
หญิงคนนั้นกำลังจะลุกขึ้น ก็มีเสียงดังมาจากบันไดไม้ “แม่คะ เดี๋ยวหนูจัดการเอง”
เด็กสาวในชุดกี่เพ้าเดินลงมา “ลูกค้าสนใจลองชุดไหนคะ?”
เสิ่นเยว่หันไปชี้หุ่นตัวหนึ่ง “ชุดฮั่นฝูพลิ้วไหวดูมีชีวิตชีวาตัวนี้ค่ะ เหมือนนางฟ้าเลย”
เด็กสาวคล่องแคล่วมาก เธอถอดชุดออกจากหุ่นโดยตรง “ชุดนี้ออกแบบโดยอิงจากเสื้อผ้าสตรีในยุคเว่ยจิ้นค่ะ กระโปรงยาวลากพื้น แขนเสื้อกว้างพลิ้วไสว ดูพลิ้วไหวมาก”
เจียงเสี่ยวซีตามเธอเข้าไปในห้องลองชุด แล้วเดินออกมาอย่างมึน ๆ เสิ่นเยว่กับอีกสองคนรีบเข้ามาล้อมทันที
“สมกับเป็นสาวน้อยนางฟ้าจริง ๆ ต่อให้ไม่ได้แต่งหน้าทำผม ก็ยังดูมีออร่าราวกับเซียน สวยจนละสายตาไม่ได้เลย” เสิ่นเยว่เอ่ยอย่างตื่นตะลึง
เฉินซิงเฉินเผลอหยิบโทรศัพท์ขึ้นมา อยากเก็บภาพช่วงเวลาสวย ๆ นี้ไว้ แต่ก็ได้ยินเด็กสาวชุดกี่เพ้าเตือนเสียงนุ่มว่า “ขอโทษนะคะ ที่ร้านถ่ายรูปไม่ได้น่ะค่ะ”
“ขอโทษค่ะ ขอโทษจริง ๆ เมื่อกี้เผลอตัวไป หนูลืมไปเลย” เฉินซิงเฉินรีบเก็บโทรศัพท์ใส่กระเป๋าสะพาย
เจียงเสี่ยวซียกแขนขึ้นลองขยับ แล้วหมุนตัวอีกสองรอบ ยิ่งมองก็ยิ่งพอใจ
