เมื่ออิ่มหนำสำราญแล้ว ลวี่จื้อหมิงวางตะเกียบลง แล้วเอ่ยกับเหวินเฉาเซิงว่า
“เมื่อเจ้าพักผ่อนจนหายเหนื่อยแล้ว ก็ไปที่โรงฟืนแล้วผ่าฟืนเถิด ข้ามีข้อเรียกร้องเพียงข้อเดียว ทุกวันเจ้าต้องผ่าฟืนใหญ่ในโรงฟืนทั้งหมดให้เป็นท่อนเล็ก ๆ เรียงซ้อนกันอย่างเป็นระเบียบเหมือนกองฟืนเล็กที่กองไว้ใต้ชายคานั่น”
เขาชี้มือไปทางหนึ่ง เหวินเฉาเซิงจึงเห็นกองฟืนเล็ก ๆ ที่เรียงซ้อนกันอย่างเป็นระเบียบอยู่ใต้ชายคาเป็นจำนวนมาก
“ข้าจะจ่ายค่าแรงให้เจ้าวันละห้าสิบอีแปะ หากเจ้าออมไว้ได้ อีกปีหนึ่งก็จะมีเงินซื้อที่ดินเป็นของตนเองในอำเภอทะเลทุกข์ แม้จะไม่กว้างขวาง แต่สำหรับคนเดียวก็พออยู่ได้”
เหวินเฉาเซิงฟังจบแล้วถามด้วยความฉงน
“เมื่อข้ามีฐานะเป็นชาวแคว้นฉีแล้ว ใต้เท้านายอำเภอจะไม่จัดสรรที่ดินแปลงหนึ่งให้ข้าโดยตรงหรือ?”
ลวี่จื้อหมิงอธิบายให้เขาฟังอย่างใจเย็น
“แคว้นฉีมีกฎหมายข้อนี้อยู่จริง แต่มิเคยมีการปฏิบัติอย่างจริงจัง หากเจ้าต้องการที่อยู่อาศัย เจ้าต้องใช้เงินของตนเองไปซื้อจากนายอำเภอ”
เหวินเฉาเซิงเงียบไปครู่หนึ่ง แล้วค่อย ๆ หยิบมีดพร้าออกจากด้านหลัง เพิ่งจะก้าวออกจากประตูไปไม่กี่ก้าว ก็ชะงักกึก แล้วหันไปถามลวี่จื้อหมิงว่า
“ท่านลวี่ เหตุใดกลางลานบ้านถึงมีต้นสมอต้นหนึ่ง?”
