“ลุงชื่ออะไรเหรอ?”
“เสิ่นเฟยหยุน”
“ฉันชื่อเจียเสี่ยวหยู่” เธอแนะนำตัวอย่างสนิทสนม “ปีนี้อายุ 20 จบโรงเรียนอาชีวะแล้วออกมาทำงาน ก่อนหน้านี้ทำงานในโรงงานอิเล็กทรอนิกส์อยู่ 3 เดือน แต่เบื่อเลยลาออก เดิมทีว่าจะไปหาเพื่อน แต่ดันโดนเพื่อนเบี้ยวนัดซะงั้น”
อายุแค่ 20 จริง ๆ ด้วย!!! แปลว่าพวกเขาอายุต่างกันเกิน 10 ปีแล้ว!
คิดดูแล้ว เธอจะเรียกเขาว่า “ลุง” ก็ไม่ถือว่าเกินไปนัก
แถมยังจบอาชีวะ!!! ก็ “เข้ากับ” ภาพลักษณ์สาวเก๊บ้านนอกของเธอจริง ๆ
สุดท้ายเสิ่นเฟยหยุนก็พยักหน้า ไม่พูดอะไร
เจียเสี่ยวหยู่ไม่ได้ใส่ใจ ยังคงพูดต่อไปตามลำพัง “ลุงดูเป็นคนดีนะ น่าเชื่อถือกว่าผู้ชายที่ฉันรู้จักทุกคนเลย”
“เพิ่งรู้จักกันไม่กี่นาที ก็รู้แล้วเหรอว่าฉันน่าเชื่อถือ?”
“เซนส์น่ะ” เจียเสี่ยวหยู่หัวเราะคิกคัก “เซนส์ฉันแม่นมากนะ”
เสิ่นเฟยหยุนไม่ได้แสดงความเห็น
พอมาถึงหน้าโรงแรม เขาก็ช่วยเจียเสี่ยวหยู่เช็กอิน แถมยังจ่ายค่าห้องให้เธอ 3 วัน
เจียเสี่ยวหยู่มองอยู่ข้าง ๆ จู่ ๆ ขอบตาก็แดงขึ้นมา ดวงตาเป็นประกายระยิบระยับ
“ลุง ทำไมถึงช่วยฉันเหรอ?”
“ไม่มีอะไร แค่เรื่องเล็กน้อย”
“งั้น...ฉันขอเบอร์โทรศัพท์ลุงไว้ได้ไหม? พอหางานได้แล้ว ฉันจะคืนเงินให้”
เสิ่นเฟยหยุนคิดอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะบอกเบอร์มือถือกับเธอ
พอกลับถึงบ้าน เขาถึงรู้สึกว่าวันนี้ตัวเองทำอะไรหุนหันไปหน่อย
การที่เจียเสี่ยวหยู่เพิ่งรู้จักเขาไม่กี่นาทีแล้วก็ตัดสินว่าเขาน่าเชื่อถือกว่าผู้ชายคนอื่นนั้นด่วนสรุปเกินไป แล้วตัวเขาเองต่างอะไรกับเธอล่ะ?
เขาเองก็เพิ่งเจอเจียเสี่ยวหยู่เป็นครั้งแรก แต่กลับช่วยจ่ายค่าห้องให้เธอถึง 3 วันเนี่ยนะ?
ค่าห้อง 3 วันตั้ง 180 หยวน เท่ากับเงินที่เขาต้องวิ่งส่งอาหารเกือบครึ่งวันเลย
แต่พอคิดอีกที ก็แค่ช่วยเหลือเล็ก ๆ น้อย ๆ เท่านั้น
เงิน 180 หยวน ต่อให้เจียเสี่ยวหยู่ไม่คืนสักหยวน เขาก็ไม่ได้เสียหายอะไรนัก คิดได้แบบนี้แล้วก็ไม่ใส่ใจอีก
แต่ไม่คิดเลยว่าบ่ายวันถัดมา เจียเสี่ยวหยู่จะโทรมาหา
“ลุง! ฉันได้งานแล้ว! เป็นพนักงานเสิร์ฟในร้านอาหาร มีข้าวให้กิน มีที่พักให้ เดือนละ 3,000!”
“งั้น...ก็ดีแล้ว”
“ขอบคุณนะที่ช่วยฉันเมื่อวาน พอได้เงินเดือนแล้วฉันจะเลี้ยงข้าว!”
“ไม่ต้องหรอก เก็บเงินไว้ใช้เองเถอะ”
“ไม่ได้สิ! ลุงช่วยฉัน ฉันก็ต้องตอบแทน ตกลงตามนี้นะลุง!”
พอวางสาย เสิ่นเฟยหยุนก็ส่ายหน้า
เจียเสี่ยวหยู่หางานได้เร็วขนาดนี้ ทำเอาเขาคาดไม่ถึงจริง ๆ
เดิมทีเขาคิดว่าสาวเก๊บ้านนอกแบบเธอคงเป็นพวกชอบเสพสุข ไม่ค่อยอยากทำงาน
ถึงอย่างไรซูหนิงในอดีตก็เป็นนักศึกษามหาวิทยาลัย แต่ไม่ใช่ว่าเป็นแบบนั้นเหมือนกันหรือ?
ใครจะคิดว่าเขาเพิ่งช่วยจ่ายค่าห้องให้เจียเสี่ยวหยู่ 3 วัน แต่เธอกลับหางานได้ตั้งแต่วันแรก
ถึงจะเป็นแค่พนักงานเสิร์ฟ ถึงเงินเดือนจะมีแค่ 3,000 หยวน แต่เธอก็ยอมทำงาน อย่างน้อยเรื่องนี้ก็ทำให้เสิ่นเฟยหยุนรู้สึกนับถือเธอไม่น้อย
แต่เขาก็ไม่ได้เก็บมาใส่ใจ เพราะคิดว่านี่เป็นแค่เหตุการณ์เล็ก ๆ เดี๋ยวก็ผ่านไป
ทว่าเจียเสี่ยวหยู่ดูเหมือนจะยกให้เขาเป็น “ผู้มีพระคุณ” ไปแล้ว เธอส่งข้อความมาหาเขาอยู่เรื่อย ๆ
บางครั้งก็ถามว่ากำลังทำอะไร บางครั้งก็เล่าเรื่องที่เจอในวันนั้น บางทีก็ส่งรูปอาหารที่ตัวเองกินมาให้ดู
ตอนแรกเสิ่นเฟยหยุนตอบกลับไปแค่ไม่กี่คำตามมารยาท แต่ภายหลังเขาก็พบว่าสาวเก๊บ้านนอกคนนี้ถึงจะพูดมากไปหน่อย แต่ก็ไม่น่ารำคาญ พูดจาตรงไปตรงมา อยู่ด้วยแล้วสบายใจกว่าซูหนิงที่ชอบเก็บทุกอย่างไว้ในใจมาก
วันที่ 21 หลังเลิกกัน เจียเสี่ยวหยู่ส่งข้อความมาอีกครั้ง
“ลุง! วันนี้ฉันได้เงินเดือนแล้ว! 750 หยวน! เลี้ยงข้าวนะ!”
“เงินเดือนเธอเดือนละ 3,000 ทำไมได้แค่ 750 ล่ะ?”
“เจ้านายบอกว่าครึ่งเดือนแรกเป็นช่วงทดลองงาน เงินเดือนเลยลดครึ่งหนึ่ง เดือนหน้าก็จะได้เต็มแล้ว”
“งั้นเก็บเงินไว้ใช้เองเถอะ ไม่ต้องเลี้ยงหรอก”
“ไม่ได้ ๆ ฉันรับปากลุงไว้แล้ว ไม่ต้องห่วง ไม่ไปกินร้านแพง ๆ หรอก ร้านเล็ก ๆ ชั้นล่างนี่แหละ สั่งกับข้าวสองอย่าง ใช้เงินไม่เยอะหรอก”
เสิ่นเฟยหยุนปฏิเสธเธอไม่ไหว จึงเลิกงานก่อนเวลาแล้วไปยังร้านอาหารเล็ก ๆ ที่เธอบอก
เจียเสี่ยวหยู่รออยู่ที่นั่นแล้ว พอเห็นเขาก็ลุกขึ้นโบกมือให้
วันนี้เธอสวมชุดใหม่ เป็นเดรสสีฟ้าอ่อน มัดผมขึ้นด้วย ดูสดใสกระฉับกระเฉงกว่าคราวก่อนมาก
เสิ่นเฟยหยุนนั่งลงแล้วมองเธอ “สีหน้าดูดีขึ้นเยอะเลยนะ”
“ก็แน่ล่ะ ตอนนี้ได้กินอิ่มแล้วนี่นา” เจียเสี่ยวหยู่ยื่นเมนูให้เขาพร้อมหัวเราะคิกคัก “ลุงสั่งเลย อยากกินอะไรก็สั่ง ไม่ต้องเกรงใจฉัน”
หลังจากคุยเล่นกันทางแชตมาครึ่งเดือน ตอนนี้ทั้งสองก็นับว่าเป็น “คนคุ้นเคย” กันแล้ว
“เธอสั่งเถอะ ฉันกินอะไรก็ได้”
เจียเสี่ยวหยู่ไม่ปฏิเสธ สั่งกับข้าว 3 อย่างกับซุป 1 อย่างอย่างคล่องแคล่ว ระหว่างรออาหาร เธอเท้าคางมองเสิ่นเฟยหยุน
