เซี่ยหวยซวี่กลับถึงบ้าน บนตู้ตรงโถงทางเข้ามีซองจดหมายกระดาษแข็งวางอยู่ ซองสีขาวมีตรามหาวิทยาลัยชิงต้าพิมพ์อยู่ตรงมุมขวาบน
เสิ่นหว่านอวิ๋นนั่งรอเขาอยู่บนโซฟาในห้องรับแขก พอเขาเปลี่ยนรองเท้าเสร็จ เธอจึงยื่นซองจดหมายให้
“บุรุษไปรษณีย์มาส่งตอนบ่าย ต้องให้เจ้าตัวเซ็นรับ แม่เซ็นแทนให้แล้ว เมื่อกี้พ่อโทรกลับมาถาม แม่บอกว่ายังไม่ได้แกะ รอให้ลูกแกะเอง”
เขารับมา ฉีกซองออก ข้างในมีหนังสือยืนยันการรับเข้าศึกษาโดยไม่ต้องสอบ หนังสือแจ้งรายละเอียดการเข้าเรียน และเอกสารขั้นตอนการรายงานตัวหนึ่งฉบับ ชื่อของเขาพิมพ์อยู่อย่างเรียบร้อยบนหนังสือยืนยัน ตรงช่องคณะระบุว่า สาขาการเงิน เขาอ่านตั้งแต่ต้นจนจบ ก่อนพับเก็บใส่ซอง วางซองไว้บนโต๊ะกลาง
เสิ่นหว่านอวิ๋นรออยู่ครู่หนึ่ง แต่ก็ไม่ได้ยินเขาพูดอะไรต่อ “แค่นี้เหรอ?”
“แค่นี้ครับ”
“แม่นึกว่าลูกจะดีใจมากกว่านี้เสียอีก” เธอหยิบซองจดหมายขึ้นมาพลิกดูไปมา “ตอนพ่อสอบเข้ามหาวิทยาลัยได้ ปู่เลี้ยงข้าวคนไปตั้งครึ่งถนน แต่ลูกนี่สิ อ่านจบแล้วทำเหมือนอ่านใบแจ้งค่าเทอม”
เซี่ยหวยซวี่นั่งลงตรงข้ามเธอ วางข้อศอกบนเข่า ครู่ใหญ่จึงเอ่ยขึ้น “วันที่ผลการแข่งขันระดับมณฑลออก ผมก็รู้แล้วครับ วันนี้แค่ส่งหนังสือแจ้งมา ไม่มีอะไรให้ประหลาดใจ”
“แล้วช่วงนี้ทำหน้าบึ้งตึงไปทำไม?” เสิ่นหว่านอวิ๋นวางซองลง มองเขา “เรื่องได้สิทธิ์เข้ามหาวิทยาลัยโดยไม่ต้องสอบก็ตกลงกันนานแล้ว ตามหลักแล้วตอนนี้ลูกไม่ต้องไปโรงเรียนก็ได้ อยู่บ้านอ่านหนังสือหรือออกไปเที่ยวก็ยังได้ แต่ลูกกลับไปโรงเรียนบ่อยกว่าตอนเทอมแรกของ ม.ปลายปีสามเสียอีก ลุงซ่งยังไม่ทันขับรถออกมา ลูกก็ไปยืนรอที่หน้าประตูแล้ว ครูหวงโทรหาแม่ครั้งก่อน บอกว่าลูกอยู่ห้องฟิสิกส์นานกว่าเขาเสียอีก”
เซี่ยหวยซวี่ไม่ได้ปฏิเสธ
“เพราะหยุนจือใช่ไหม?” เสิ่นหว่านอวิ๋นถาม
เขาก้มมองซองจดหมายบนโต๊ะกลางอยู่นาน
